August 12, 2026
Latest:
ในประเทศ

สสส. สานพลัง พม.-จุฬาฯ เฟ้นสุดยอดนวัตกรรม! ประชันไอเดียคนรุ่นใหม่ 58 ทีมทั่วประเทศ แก้ปัญหาคนไร้บ้าน

สสส. สานพลัง พม.-จุฬาฯ เฟ้นสุดยอดนวัตกรรม! ประชันไอเดียคนรุ่นใหม่ 58 ทีมทั่วประเทศ แก้ปัญหาคนไร้บ้าน HACK4HOPE ตอบโจทย์ สุขภาพกาย-สุขภาพจิต-ที่อยู่อาศัย-ทักษะอาชีพ ทีม Hope Hub, ONE FOR ALL คว้ารางวัลสร้างต้นแบบนวัตกรรมทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านสู่ระดับนโยบายอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมการนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ (Final Pitching Day) โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมและแนวทางปฏิบัติการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน “HACK4HOPE: Homeless Solutions Hackathon 2026” เพื่อพัฒนาระบบและต้นแบบนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการทำงานสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน ให้สามารถตั้งหลักและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสภาวะไร้บ้านเป็นประเด็นทางสังคมที่มีความซับซ้อนและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนคนไร้บ้านหน้าใหม่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การขาดโอกาสเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ และภาวะสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ถดถอย พม. จึงร่วมกับ สสส. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนยกระดับการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สะท้อนว่าภาครัฐพร้อมเปิดรับพลังความคิดสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ เวทีในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ประกวดแนวคิด แต่คือการเฟ้นหานวัตกรรมทางสังคมที่ทำได้จริง เพื่อนำมาบูรณาการเข้ากับนโยบายของรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเปลี่ยนแปลง และสร้างคนรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนสังคมต่อไป

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน จึงเปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนิสิตนักศึกษา นักวิชาการ นักสื่อสาร อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป ได้ระดมสมองและสร้างสรรค์นวัตกรรมกว่า 58 ทีม โดยคัดเลือกเหลือ 10 ทีมให้มานำเสนอผลงาน และจะมี 2 ทีมที่ได้เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะและให้คำปรึกษาเชิงลึก (Intensive Incubation) จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานคนไร้บ้านและนวัตกรรมทางสังคม โดยจุดเด่นสำคัญคือการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์และมีความเป็นไปได้จริงในการแก้ปัญหาใน 4 มิติหลัก คือ 1.สุขภาพกาย 2.สุขภาพจิต 3.ที่อยู่อาศัย 4.ทักษะอาชีพ ให้มีศักยภาพในการต่อยอดเป็นต้นแบบนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) เพื่อช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ขอแสดงความยินดีกับทีม Hope Hub ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และทีม ONE FOR ALL ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 มีผลงานโดดเด่น ผ่านเกณฑ์การตัดสิน ทั้ง 6 ข้อ คือ 1.การวิเคราะห์ปัญหาและการตอบโจทย์ 2.การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมที่ชัดเจน 3.ความเป็นนวัตกรรม 4.ความเป็นไปได้และแผนการดำเนินงาน 5.ผลกระทบเชิงบวก 6.ความเป็นมืออาชีพและการมีส่วนร่วม สสส. เชื่อมั่นว่านวัตกรรมของทุกทีมจะสามารถต่อยอดสู่การดำเนินงานได้จริงในอนาคต เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านได้อย่างมีศักยภาพ” นางภรณี กล่าว

นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนองค์ความรู้และขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสุขภาวะคนไร้บ้าน  สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนงานประเด็นคนไร้บ้าน จะมีเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเล็งเห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่เริ่มตื่นตัวและสนใจปัญหาสังคมมากขึ้น โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปิดพื้นที่นำประเด็นคนไร้บ้านมาสร้างการตระหนักรู้ เพื่อร่วมกันบ่มเพาะเยาวชน หรือคนที่ยังไม่เคยทำงานในประเด็นคนไร้บ้าน ได้เข้ามาร่วมกันเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคม ให้เติบโตเป็นนักนวัตกรรมสังคมที่เข้าใจปัญหาเชิงลึก สร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ร่วมกันเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสุขภาวะไปพร้อมกัน

นายเบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล ตัวแทนทีม Hope Hub กล่าวว่า แนวคิดหลักของนวัตกรรมที่นำมาเสนอในวันนี้ มุ่งเน้นที่ไปที่การสร้างอาชีพและมีรายได้ โดยทีมได้เสนอกิจการเพื่อสังคมรูปแบบสร้างงานระยะสั้น B2B Managed Service ให้คนไร้บ้านหน้าใหม่ที่ยังพร้อมทำงานเข้าถึงระบบเศรษฐกิจที่รับจ้างทำงานเป็นครั้งคราว Gig Economy เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต หรือบัญชีธนาคาร ซึ่งทีมทำหน้าที่เป็นคนกลาง คัดกรอง จัดส่ง และดูแลแรงงานหน้างานให้ภาคธุรกิจ เช่น งานอีเวนต์ งานถือป้าย งานแจกใบปลิว โดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสดทันที ระยะแรกจะใช้ระบบ Offline Matching ทั้งหมด ก่อนต่อยอดสู่ HOPE Card บันทึกประวัติการทำงาน และระบบช่วยออมเพื่อที่อยู่อาศัยในอนาคต

นายพีรวิชญ์ อัตโน ตัวแทนทีม ONE FOR ALL กล่าวว่า ทีมแนวคิดใช้นวัตกรรมสานสุข (SARNSUK) เชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บ้านพักฟื้น โรงพยาบาล และ NGO เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลสุขภาพที่กระจัดกระจายส่งผลให้เคสตกหล่น ขาดยา ขาดนัด ซึ่งระบบจะกำหนดบทบาทผู้ใช้ 5 กลุ่ม ตั้งแต่จิตอาสาลงทะเบียน แพทย์ เภสัชกรพร้อมระบบบริหารคลังยาแบบ FEFO ทีมสุขภาพจิต ไปจนถึงผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ Care Manager ที่ติดตามเคสข้ามหน่วยงานผ่านรหัส SARNSUK ID โดยแชร์ข้อมูลข้ามองค์กรเท่าที่จำเป็นตามหลัก Data Minimization และ PDPA โดยมีแผนนำร่องคือถนนราชดำเนินและบ้านอิ่มใจ ซึ่งตั้งเป้าลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 100 ราย