สสส.-สมาคมเพศวิถีฯแนะสังคมหยุดตีตราพ่อแม่วัยรุ่น ชูแนวคิด “ออกแบบชีวิตได้”
สสส.-สมาคมเพศวิถีศึกษา แนะสังคมหยุดตีตราพ่อแม่วัยรุ่น ชูโมเดล 5 จังหวัดหนุนชุมชนท้องถิ่นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตพ่อแม่วัยรุ่น ตามแนวคิด “ออกแบบชีวิตได้” ครบ 4 มิติ ทั้งสุขภาพ สังคม การศึกษา และเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมเพศวิถีศึกษา และภาคีเครือข่าย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “จากบทเรียนการขับเคลื่อน สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการยกระดับระบบบริการทางสุขภาพและสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นและครอบครัว” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบบริการทางสุขภาพและสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นและครอบครัว ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

สำหรับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น โดยส่วนมากแล้วจะได้รับผลกระทบทั้งเรื่องสุขภาพ สังคม การศึกษาและเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน ปี 2567 ของกรมอนามัย พบกลุ่มผู้หญิงอายุ 15-19 ปี มีจำนวนการคลอดมีชีพ 35,981 คน ลดลงจาก 40,602 คน ในปี 2566 ขณะที่ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 10-14 ปี จำนวนการคลอดกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,658 คน เพิ่มจาก 1,569 คน ในปี 2565 นอกจากนี้จากรายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น ปี 2568 ได้ศึกษาแม่วัยรุ่นหลังคลอดอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 964 ราย พบว่า แม่วัยรุ่นส่วนใหญ่มีรายได้ไม่แน่นอน 47.4% กลุ่มที่มีรายได้แน่นอน 28% โดยเฉลี่ยมีรายได้ต่อเดือน 5,001-10,000 บาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากสามีหรือครอบครัวฝ่ายชาย 68.7% จากการทำงาน 49% และพ่อแม่หรือผู้ปกครองของตนเอง 35.9% ทั้งนี้ แม่วัยรุ่นก่อนตั้งครรภ์ เป็นนักเรียน/นักศึกษา 52.3% ในกลุ่มที่เรียนในระบบการศึกษา หลังคลอดยังได้เรียนต่อ 23.5%
ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า การเป็นพ่อแม่ในช่วงวัยรุ่นต้องเผชิญความเปราะบาง อาทิ ความไม่มั่นคงทางรายได้ การหลุดออกจากระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องบูรณาการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือตามความต้องการและไม่หลุดจากระบบระหว่างที่มีการส่งต่อ สสส. จึงสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการเสริมประสิทธิภาพของเครือข่ายระบบบริการ สามารถช่วยเหลือพ่อแม่วัยรุ่นแบบบูรณาการใน 4 มิติ สุขภาพ สังคม การศึกษา และเศรษฐกิจ ที่สอดคล้องกับบริบทชีวิตและความต้องการที่แท้จริง ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดย สสส. มุ่งให้ความสำคัญกับการต่อยอดกลไกชุมชนสู่การพัฒนากลไกบูรณาการระดับจังหวัด ผลักดันบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ผ่านฐานข้อมูลระดับจังหวัด และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยโดยปราศจากการตีตรา
ชู 5 จังหวัดนำร่อง แนะหยุดตีตรา ชูแนวคิด “ออกแบบชีวิตได้”
นางสาวจิตติมา ภาณุเตชะ นายกสมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวว่า จากการถอดบทเรียนการขับเคลื่อน โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น ใน 5 จังหวัดพื้นที่นำร่อง ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น พะเยา เชียงราย และนครศรีธรรมราช ร่วมกับ สสส. บทเรียนสำคัญคือการทำงานเชิงรุกในระดับชุมชน เพื่อเข้าถึงกลุ่มแม่วัยรุ่น ผ่านกลไกหน่วยงานในระดับชุมชนพื้นที่ ด้วยแนวคิดและกระบวนทำงานแบบเสริมพลัง บริการที่เป็นมิตร ผ่านมุมมองทัศนคติเชิงบวกของบุคคลากรเป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามบทเรียนการทำงานยังพบปัญหา “คอขวดเชิงโครงสร้าง” ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนี้ 1.ปัญหาความไม่สอดคล้องของนิยามอายุวัยรุ่นระหว่างหน่วยงาน ทำให้สวัสดิการขาดช่วงทันทีเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ทั้งที่ภาระการเลี้ยงดูบุตรยังไม่หมด 2.ปรับสิทธิและสวัสดิการให้เข้าถึงได้จริง ลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค สนับสนุนการศึกษาที่ยืดหยุ่น บริการดูแลเด็ก และทักษะอาชีพและดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้ 3.กำหนดมาตรฐานบริการที่ไม่ตีตรา สื่อสารเชิงบวก รับฟังโดยไม่ตัดสิน เปิดให้พ่อแม่วัยรุ่นร่วมวางแผนชีวิตและการช่วยเหลือของตนเอง 4.จัดระบบดูแลรายกรณีเชิงรุกในพื้นที่ มีผู้จัดการรายกรณีร่วมกับพี่เลี้ยงชุมชน ทำหน้าที่ค้นหา ประเมิน วางแผนช่วยเหลือ ส่งต่อ และติดตามอย่างต่อเนื่อง พัฒนาศักยภาพและระบบสนับสนุนผู้ปฏิบัติงาน 5.พัฒนาระบบข้อมูลร่วมเพื่อดูแลและติดตามผล โดยเชื่อมข้อมูลที่จำเป็น ลดข้อมูลความซ้ำซ้อน ติดตามคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสุขภาพ ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
แนะวัยรุ่นอย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว -สอนสังคมหยุดตีตรา

นางสาวจิตติมา กล่าวว่า ในกลุ่มที่ทำงานด้านสุขภาวะเยาวชนต้องเร่งผลักดันการปรับเปลี่ยนมุมมองสังคมต่อปัญหาเพศสัมพันธ์และคุณแม่วัยรุ่น โดยได้เสนอแนวทางสร้างระบบดูแลคุณภาพชีวิตประชากรช่วงวัย 19–25 ปี พร้อมชูแนวคิดการเสริมสร้างพลังให้วัยรุ่นสามารถกำหนดทิศทางชีวิตตนเองได้
นางสาวจิตติมา ระบุว่า สังคมจำเป็นต้องก้าวข้ามการตีตราหรือลงโทษทางสังคมต่อเด็กและแม่วัยรุ่น โดยเน้นย้ำว่าไม่ว่าบุคคลจะตกอยู่ในสถานการณ์ชีวิตรูปแบบใด ทุกคนควรมั่นใจว่าสามารถ “ออกแบบชีวิตตัวเองได้” การออกแบบชีวิตเริ่มต้นจากการกลับมาเชื่อมโยงกับตนเอง สำรวจความต้องการ และเข้าใจเงื่อนไขชีวิตอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ไม่ควรมองว่าเป็นภาระของตัวบุคคลเพียงลำพัง แต่ต้องมีตัวช่วย ทั้งผู้ให้คำปรึกษาที่ไว้ใจได้ และระบบบริการจากภาครัฐที่ควรจัดสรรให้อย่างทั่วถึง

สำหรับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นนั้น นางสาวจิตติมา มองว่า ในด้านพัฒนาการ การมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของมนุษย์ในช่วงวัยรุ่น แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย 3 ด้านหลัก ได้แก่
-ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
-ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ผ่านการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิด
-ปลอดภัยจากความรุนแรง ซึ่งถือเป็นมิติสำคัญที่สุด โดยเน้นเรื่องจริยธรรมทางเพศ ความพร้อมทางร่างกาย และการยินยอมพร้อมใจ (Consent) ของทั้งสองฝ่าย

ส่วนวัยรุ่นหากเกิดปัญหาการตั้งครรภ์ขึ้นมา นายกสมาคมเพศวิถีศึกษา ให้ข้อแนะนำว่า เนื่องจากชีวิตอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันได้เสมอ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น วัยรุ่นไม่ควรจมอยู่กับการโทษตัวเองหรือเก็บปัญหาไว้เพียงลำพัง แต่ควรตั้งสติเพื่อหาทางออกสำรอง ผ่านการขอรับความรู้ หรือใช้บริการสายด่วนให้คำปรึกษาต่าง ๆ เพื่อค้นหาทางเลือกที่เหมาะสมแก่ชีวิตต่อไป

