สสส.-มสส. ตีแผ่ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า พบช่องว่างกฎหมายเพียบ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา “บุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์”
สสส.-มสส. ตีแผ่ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า พบช่องว่างกฎหมายเพียบ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา “บุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์” บก.ปคบ. นักกฎหมาย หนุนแก้ไขพรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ บูรณาการกฎหมาย จัดระบบจัดการของกลางอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานเวนา “ปัญหาข้อกฎหมาย การปราบปราม-ทำลายบุหรี่ไฟฟ้า” จัดโดย มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ(มสส.) ว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายเป็นสินค้าต้องห้ามในไทยทั้งการนำเข้า ผลิต จำหน่าย ครอบครองและการสูบ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560, พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ สสส. และภาคีเครือข่ายสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ให้ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ามีทั้งการลักลอบนำเข้า การผลิตภายในประเทศ การจำหน่ายผ่านหน้าร้าน และการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่จับกุมได้ยาก ที่สำคัญคือมีการลักลอบตั้งโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในไทย ซึ่งมีการจับกุมหลายคดีในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทลายโรงงานผลิต GM Pot สูตรสารซอมบี้ลักลอบผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายึดของกลางได้กว่า 80,000 ชิ้น คดีนี้เป็นสิ่งยืนยันภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อเด็กและเยาวชนชัดเจน
“การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน คือการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บ ตรวจสอบ และทำลายบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นของกลางให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่ปรากฏผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ พร้อมทั้งจัดให้มีระบบการตรวจสอบที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วไหล” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า กฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับ 4 หน่วยงานคือ ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่ สคบ. จับกุมได้ของกลางจะอยู่กับตำรวจ ซึ่งบัญชีของกลางทั้ง 2 หน่วยงานต้องตรงกัน และมีการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการทำลายของกลาง ที่น่าเป็นห่วงคือการขายออนไลน์กลายเป็นตลาดหลัก ผู้ค้ามักปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อความ ภาพลักษณ์ และอิโมจิต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับของแพลตฟอร์ม การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม หน่วยงานด้านดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการบูรณาการมาตรการแก้ไขปัญหา เนื่องจากเป็นประเด็นที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง

พ.ต.อ.ปริญญา ปาละ ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กล่าวว่า ควรปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมเป็นฉบับเดียวกัน โดยอาจปรับให้อยู่ภายใต้จะอยู่ใน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดการเชิงโครงสร้างให้มีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อนในขั้นตอนปฏิบัติ พร้อมกำหนดแนวทางจัดการของกลางที่ชัดเจน เพื่อลดภาระการจัดเก็บและงบประมาณของหน่วยงาน โดยเห็นควรให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงาน

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กฎหมายปัจจุบันยังมีช่องว่างจึงควรปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการโฆษณา การตลาด และการตีความผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ ที่สำคัฐควรเพิ่มมาตรการสืบสวนเส้นทางการเงินและการบัญชีของเครือข่ายค้าออนไลน์ นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เฝ้าระวังตรวจสอบการซื้อขายทางออนไลน์ เพิ่มบทลงโทษผู้นำเข้า ผู้ขาย และผู้ร่วมขบวนการ ขอความร่วมมือผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุตรวจสอบสินค้า ประชาสัมพันธ์ช่องทางการให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่ต้องการเลิกตลอดจนถอดบทเรียนจากต่างประเทศที่บังคับใช้กฎหมายได้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในไทย

