ในประเทศ

สสส.ผนึกกำลังภาคีจัดทัพ “ชนะมาร ชนะใจ” ปูพรมการเรียนรู้ เติมภูมิคุ้มกันเด็กเยาวชน-ชุมชน รู้เท่าทันเหล้า บุหรี่ พนัน

สสส. ผนึกกำลังเทศบาลเมืองแสนสุข-ม.บูรพา-ภาคีเครือข่าย MOU บริการวิชาการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ จัดทัพ “ชนะมาร ชนะใจ” ปูพรมการเรียนรู้ เติมภูมิคุ้มกันเด็กเยาวชน-ชุมชน รู้เท่าทันเหล้า บุหรี่ พนัน เชื่อมการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชนสุขภาวะทุกมิติ ยกระดับชลบุรี สู่เมืองนิเวศการเรียนรู้ ปลอดภัย-สร้างสรรค์

 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ห้อง MU HALL คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี มหาวิทยาลัยบูรพา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 และภาคีเครือข่าย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการและการบริการทางวิชาการเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ (MOU) เพื่อบูรณาการพัฒนาการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับบุคลากร  สถานศึกษา และชุมชน เชื่อมโยงการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่ชุมชนสุขภาวะในทุกมิติ

โดยนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส.  กล่าวว่า สสส. พบกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้าถึงปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ พนันเร็วขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่า กลุ่มเยาวชนอายุ 15-19  ปี ซึ่งยังอยู่ในวัยเรียนและการกำกับดูแลของครอบครัว แต่กลับมีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ถึงร้อยละ 9.6  และเมื่อเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยและวัยทำงาน  (First Jobber) ที่ช่วงอายุ 20-24  ปี เริ่มมีการดื่มมากขึ้น  ด้วยมีชีวิตอิสระ เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมในกลุ่มเพื่อน และการเข้าสังคมเพื่อสร้างเครือข่าย ทำให้ช่วงอายุ 25-44  ปี ครองแชมป์ดื่มสูงสุด  และมีอัตราการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นร้อยละ 37.8 และยังคงอยู่ในระดับสูงในกลุ่มอายุ 45-59 ปี ที่ร้อยละ 41.9  ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของการเข้าสังคม วัฒนธรรมการดื่มในที่ทำงาน ความเครียด และพฤติกรรมการดื่มที่สะสมต่อเนื่องจนกลายเป็นความเคยชิน

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ปัญหาการพนันออนไลน์ในกลุ่มเยาวชนยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า คนรุ่นใหม่ร้อยละ 32.3 เคยเล่นพนันออนไลน์ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,633 บาทต่อคนต่อเดือน คิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 58,675 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังพบเด็กอายุเพียง 6 ปี เคยทดลองสูบบุหรี่และเล่นพนันแล้ว นอกจากนี้ ผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทย (GYTS) ปี 2565 พบว่า นักเรียนอายุ 13-15 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 17.6 เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าในช่วงที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น และรสชาติ รวมถึงการพัฒนารูปแบบใหม่ที่แนบเนียนคล้ายผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เช่น พอตจมูก และผลิตภัณฑ์นิโคตินแบบอมในช่องปาก (Oral Nicotine Pouches: ONPs) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าถึงและทดลองใช้ในเด็กและเยาวชน

“สสส. เห็นคุณค่าของกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเยาวชนครบ ทั้งกาย ใจ และปัญญา เพี่อสร้างความรอบรู้ทางสุขภาวะ (Health Literacy) ให้คนรุ่นใหม่ เป็นความร่วมมือกับเทศบาลเมืองแสนสุข และมหาวิทยาลัยบูรพา ในการ MOU บริการวิชาการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมภูมิรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง และเติมเต็มทักษะชีวิตที่ดีให้กับเด็กเยาวชนได้” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองแสนสุข ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนต่อเนื่อง จนได้รับการพัฒนาสู่ “เมืองสุขภาวะ”(Health City) นำนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เชื่อมร้อยกับเอกลักษณ์ชุมชน เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านสุขภาวะให้ทุกคนสามารถศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และสุขภาวะ อีกทั้งชายหาดบางแสนและเขาสามมุข แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและครอบครัว ได้พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็น “พื้นที่ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ และอุบัติเหตุ” เพื่อยกระดับมาตรฐานชายหาดบางแสนให้เป็นสากล Universal Beach สำหรับความร่วมมือทางวิชาการและบริการวิชาการกับ สสส. มหาวิทยาลัยบูรพา และภาคีเครือข่าย เทศบาลเมืองแสนสุข พร้อมสนับสนุนสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะที่ดี

ผศ.ดร. มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวถึงความสำคัญของการลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยบูรพาได้มีการทำงานร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้ จ. ชลบุรี เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนสุขภาวะองค์รวมของภาคตะวันออก ซึ่งความร่วมมือทางวิชาการเพื่อบูรณาการบริการการเรียนรู้อย่างเป็นระบบของทุกภาคส่วนจะนำไปสู่การเปิดโลกการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด จากสถาบันการศึกษาสู่ห้องเรียนชีวิตที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกทีทุกเวลา

ผศ.ดร.ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ คณบดีคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา เชื่อมั่นในศาสตร์ศิลป์ของกระบวนการเรียนรู้ในทุกมิติ ทั้งบ้าน ชุมชน และสถานศึกษา เห็นความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ทั้ง 3 มิติ  คือ 1. สื่อดี สร้างสรรค์จินตนาการการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการพัฒนาทักษะชีวิต 2. พื้นที่ดี พัฒนาสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสเด็กเยาวชนลงมือปฏิบัติและเล่นอย่างอิสระปลอดภัย 3. ภูมิทัศน์ดี นำภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิความรู้ และบริบทชุมชน ผสมผสานในกระบวนการเรียนรู้ สร้างความผูกพันและภูมิคุ้มกันทางสังคม

“ความร่วมมือ MOU ครั้งนี้ มีกรอบความร่วมมือ 3 ด้าน คือ 1. การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา เพิ่มศักยภาพครูและผู้เกี่ยวข้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้  2. การจัดกระบวนการพัฒนาเยาวชนสู่การเรียนรู้ เน้นการจัดกิจกรรมเสริมทักษะชีวิตและอาชีพสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. การส่งเสริมสุขภาวะเชิงบูรณาการ จัดการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะที่ดีและลดปัจจัยเสี่ยง เน้นผู้เรียนมีภูมิคุ้มกันทางกาย ใจ และปัญญา ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือมีระยะเวลา 5 ปี หลังจากลงนามความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และปลอดภัย” ผศ.ดร.ไพบูลย์ กล่าว

  นายทวีวัฒน์ กำเนิดเพ็ชร์ กลุ่มเรียนรู้บางเพลย์ ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ภายใต้ โครงการชนะมาร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเท่าทันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ พนัน โดยการนำของมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน (มรพ.) กล่าวว่า ละครเพื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกัน “ใจฟู ชูใจกับเมืองติดหนึบ” เป็นละครที่สร้างความจดจำ ทำให้นักเรียนสามารถ คิด วิเคราะห์ แยกแยะด้วยตนเอง ว่า ควรเลือกหรือปฏิเสธ โดยครูทำหน้าที่เป็น “ครูกระบวนกร” ชวนเด็กคิด ตั้งคำถาม และสะท้อนความรู้สึก เพื่อเชื่อมโยงกับชีวิต ทำให้เกิดทักษะการรู้เท่าทัน การปฏิเสธ และชนะใจตนเองให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงและสิ่งเสพติดต่างๆ สำหรับการสร้างสรรค์ละครเพื่อการเรียนรู้ในปีนี้ ได้รับการหนุนเสริมด้านวิชาการและบริการวิชาการ จากคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งการจัดทีมละคร สร้างสรรค์ละคร และพัฒนากระบวนการเรียนรู้จากละคร

นายวัชระ นรินทร์นอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 พร้อมเปิดพื้นที่ ส่งเสริมให้เครือข่ายครูและนักเรียนในสังกัดเข้าร่วมตามแนวทางความร่วมมือ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการสร้างภูมิรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงเชิงบูรณาการเหล้า บุหรี่ พนัน กับโครงการชนะมาร และสสส. สอดรับนโยบายการศึกษาระดับชาติ เน้นการขับเคลื่อนนโยบายปลอดภัย และพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา เพื่อยกระดับให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน