ในประเทศ

ชู “ชุมชนบ้านหอย” ต้นแบบเก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า

ที่ผ่านมาคนไทยจะคุ้นชินกับการเก็บแต้มบัตรเครดิตแลกของ แลกบัตรกำนัล หรือเก็บแต้มวิ่งแลกแว่น เป็นต้น จะดีหรือไม่ถ้ามีการเก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า ด้วยการงดเหล้าเข้าพรรษา ในกิจกรรม  “90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า” ชวนคนไทยเปลี่ยน 90 วันเข้าพรรษา เป็นจุดเริ่มต้นสุขภาพดี ผ่านแอปพลิเคชัน Persona Health พร้อมชูชุมชนบ้านหอย 1 ใน 5 โมเดล ชวนคนดื่มหนักงดเหล้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี จากขี้เมาสู่เจ้าของกิจการฟาร์มหมู

กิจกรรม”90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า”

ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีแถลงข่าว โครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อเชิญชวนคนไทยใช้ช่วงเวลา 90 วันของการเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการลด ละ หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่าย เดินหน้าการรณรงค์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด ’90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า’ เพื่อชวนคนไทยใช้ช่วงเวลา 90 วัน ท้าทายตนเองในการลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สร้างสุขภาพที่ดี ช่วยเติมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ สำหรับ 90 กว่าวันในการ Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเรามีชีวิตเดียว ดังนั้นการเลิกเหล้าจึงมีความสำคัญ  ซึ่งสสส.ทำเรื่องนี้มายาวนาน พบว่ามีผู้ร่วมโครงการ 8.6 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของคนดื่มทั้งหมด และกว่าครึ่งหรือราวๆ 4.5 ล้านคน สามารถงดดื่มได้ตลอด 3 เดือน และมีบางส่วนสามารถเลิกในระยะยาวได้ ทั้งนี้ การที่เลิกเหล้าไม่เหมือนบุหรี่ เพราะว่าบุหรี่สูบคนเดียว แต่เหล้าดื่มด้วยกัน ชวนกันดื่มไป ซึ่งบางคนก็ไม่ได้อยากดื่ม ดังนั้นช่วงเข้าพรรษาจึงเป็นโอกาสที่จะบอกว่าคนรอบข้างว่า ไม่ต้องชวนดื่มแล้ว

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.)  ระบุว่า ปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 6 ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปี ในช่วงปี 2566–2567 ลดลงจากระดับสูงสุดที่มากกว่า 8 ลิตรในช่วงก่อนปี 2550 และคงที่ในระดับต่ำกว่า 7 ลิตรตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาถือว่าการปกป้องเยาวชนยังทำได้ดี แต่ในภาพรวมยังคงน่าเป็นห่วง เพราะมีประชาชนเกือบ 3 ใน 10 คน ที่ยังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดื่มหนักในวัยทำงาน ขณะที่ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนและเจ็บป่วยจากแอลกอฮอล์เฉลี่ยเกือบ 50,000 คน มีผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน และประชาชนเกือบ 8 ใน 10 คน เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น สะท้อนว่าปัญหา

นพ.พงษ์เทพ กล่าวว่า จากข้อมูลยังพบด้วยว่ามี 7 ใน 10 ล้านคนที่งดเหล้าเข้าพรรษาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 2,000 กว่าบาทต่อคน รวมแล้วกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี โดยเงินตรงนี้มีการหมุนเวียนในประเทศผ่านการใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการทำลายสุขภาพ ทำลายแต้มชีวิตของเราเอง

“เรื่องแต้มชีวิตที่ดีกว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะแต้มชีวิตไม่ได้เป็นแต้มชีวิตของตัวเราเองเท่านั้น มันอาจจะเป็นแต้มชีวิตของคนในครอบครัว ให้เขามีสุขภาพที่ดีขึ้น ให้เขามีแต้มที่จะเปลี่ยนไปต่อ และแต้มชีวิตของคนรอบข้าง คนในสังคม เพื่อนร่วมทาง หรือบางคนที่จะโดนทำลายแต้มชีวิต อาจจะเสียหายหรืออาจจะถึงพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นขอเชิญชวนทุกคนร่วมโครงการ 90 วัน ชาเลนจ์เพื่อแต้มชีวิตที่ดีกว่า และเพื่อชวนคนที่เรารักเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปีนี้

แคมเปญ “หลบเหล้า” ปลุกนักดื่มชนะใจตนเอง

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 24 ไฮไลต์ปีนี้คือการมุ่งสร้างแรงจูงใจเชิงบวก ผ่านแนวคิด “เก็บแต้มชีวิต” โดยเก็บแต้มได้จาก แต้มสุขภาพจากการฟื้นฟูร่างกาย แต้มการเงินจากการลดรายจ่าย และแต้มความสุข จากการมีเวลาให้ครอบครัวและคนรอบข้างมากขึ้น นอกจากนี้ สสส. ยังพัฒนาแคมเปญรณรงค์  เรื่อง “หลบเหล้า” ซึ่งเป็นการออกแบบจากสถานการณ์จริงของผู้ที่ดื่มเป็นประจำ โดยดื่มในปริมาณมาก ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ การบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง ที่ผ่านมา สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนกันมานั้นไม่ใช่แค่การลดพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเดียว แต่ยังค้นพบประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพดีขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวอบอุ่นขึ้น มีเวลาให้กับสิ่งสำคัญ และการมีเงินเหลือเก็บ

ส่วนแนวคิดการเก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า เกิดจากความเชื่อว่าคนไทยคุ้นเคยกับการสะสมแต้มหลายรูปแบบ จากการซื้อสินค้า การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ แต่สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือแต้มชีวิตที่เราสะสมให้ตัวเองในทุกวัน และยังสามารถสะสมให้ผู้อื่นได้ด้วย

นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวง DE ได้ออกประกาศฉบับใหม่ เรื่อง การให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทรวง DE โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีสามารถร้องต่อศาลได้ โดยลงประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 โดยกำหนดว่า คนที่มีการจัดทำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเชิญชวนให้ซื้อ การเสนอขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อประกาศฉบับนี้  เจ้าหน้าที่กระทรวง DE สามารถไปร้องต่อศาล เพื่อที่สั่งให้ลบข้อความ ลบข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบออนไลน์ได้ นี่คือประกาศฉบับล่าสุดที่น่าจะเป็นประโยชน์ และอาจเป็นโอกาสสำคัญในการทำงานของ สสส.ร่วมกับกระทรวง DE มากขึ้น เพราะถ้าเราลดการโฆษณา ลดการเชิญชวนในสื่อออนไลน์ลงได้

คนต้นแบบเลิกเหล้า: จากหนี้หลักล้าน สู่เจ้าของกิจการฟาร์มหมู

ที่ชุมชนบ้านหอย ฮักดี  ตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี คือ  1 ใน 5 โมเดลชุนต้นแบบเลิกเหล้า ประกอบไปด้วย 4 หมู่บ้าน คือ บ้านเกาะแดง บ้านโคกขี้เหล็กบ้านเกาะมะไฟ และ บ้านเกาะยางขาว  นางเพ็ญนภา  พัวพานิช อดีต ผอ.รพ.สต.บ้านเกาะแดง  โมเดลชุมชนบ้านหอย ฮักดี เล่าว่า  เริ่มจากการเปิดประชุมให้ประชาชนในชุมชนพูดถึงปัญหาที่พบคือ ความรุนแรงในครอบครัว การใช้สารเคมี การดื่มเหล้าส่งเสียงดัง เล่นการพนัน ซึ่งปัญหาจากการดื่มที่พบทั้งในงานบุญ งานเทศกาลต่างที่กลายเป็นวิถีปกติของชุมชน มีร้านค้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 17 ร้าน และพบว่าการดื่มเป็นต้นเหตุที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ ความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ หนี้สิน การพนันและสารเสพติด  ดังนั้นการแก้ไขจึงไม่ใช่การรณรงค์เพียงอย่างเดียว จึงต้องสร้างทีมงานขึ้นมาทำงานร่มกับ อสม.ในพื้นที่ มีชมรมคนหัวใจเพชร กลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร และที่ขาดไม่ได้และทำให้กิจกรรมที่ดำเนินการสมบูรณ์ คือ พลังศรัทธาจากผู้นำศาสนาที่มาเป็นส่วนเติมเต็ม ให้กิจกรรมมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

กระบวนการทำงาน มี 8 ขั้นตอน ได้แก่ 1.สร้างความตระหนักรู้และค้นหาปัญหาร่วมกัน 2.จัดตั้งกลไกชุมชนและทีมขับเคลื่อน 3. สำรวจข้อมูลและคัดกรองกลุ่มเป้ามหาย 4. So Brink  พัฒนาศักยภาพและสร้างแรงจูงใจผ่าน So Brink   Program 5.ติดตามและฟื้นฟูเป็นรายบุคคลด้วยกระบวนการ “ชวน ช่วย ชม เชียร์” 6.ปรับสภาพแวดล้อมชุมชนให้เอต่อการลดปัจจัยเสี่ยง 7.พัฒนาครอบครัว อาชีพ และการจัดการการเงิน และ8.เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งนี้จุดเด่นของการทำงานคือ การทำงานแบบเชิงลึกแบบ “ดูแลคนทั้งชีวิต ไม่ใช่เพียงเลิกเหล้า” โดยใช้การเยี่ยมบ้าน การติดตามรายบุคคล และดึงครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง

นางเพ็ญนภา กล่าวว่า บุคคลต้นแบบของชุมชน คือ นายอาทิตย์ เสมอเชื้อ : เปลี่ยนแก้วเหล้าเป็นทุนหมุนเวียน “หยุดดื่ม 100%” นำเงินมาต่อยอดธุรกิจ  เป็นบุคคลที่ดื่มเหล้ามาตั้งแต่วัยรุ่น ดื่มมากจนเกิดปัญหากับร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ทำงานหนักไม่ไหว จุดเปลี่ยนคือกลุ่มพลังหญิงของชุมชนมาชวนเข้าร่วมกิจกรรมทำให้เขาสามารถนำรายได้จากการเลิกเหล้า แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือส่วนที่ 1นำไปชำระหนี้ส่วนที่ 2 ใช้เป็นเงินออม ส่วนที่ 3 ใช้เป็นสวัสดิการครอบครัว และส่วนที่ 4 ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ภายในระยะเวลา  2 ปี นายอาทิตย์สามารถนำเงินรายได้ที่มีไปชำระหนี้ที่มีอยู่กว่าล้านบาทได้ และปัจจุบันได้เป็นเจ้าของกิจการฟาร์มหมู

สคล.ชวนนักดื่ม”เก็บแต้มสุขภาพ” ผ่าน แอป Persona Health

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การรณรงค์ปีนี้มุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่ดื่มประจำ ไฮไลต์กิจกรรมรณรงค์ในปีนี้ คือ “เก็บแต้มสุขภาพ” ผ่านสื่อออนไลน์ แอป Persona Health ผู้ช่วยดูแลสุขภาพจาก สสส. ที่ช่วยประเมินสุขภาพ ติดตามความก้าวหน้า และให้คำแนะนำในการลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 90 วัน และ No-L Land “90 วัน พลัส” บน LINE ที่สามารถตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะสมแต้มสุขภาพเพื่อนำไปแลกรางวัล โดยทั้งสองช่องทางจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเข้าพรรษา