ในประเทศ

BDE เปิดตัวกรอบแนวทางนวัตกรรม AI แห่งอาเซียน (AITIF) ปั้น 3 เครื่องมือหลัก หนุนองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

BDE เปิดตัวกรอบแนวทางนวัตกรรม AI แห่งอาเซียน (AITIF) ปั้น 3 เครื่องมือหลัก หนุนองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI มุ่งเป้าใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน พร้อมจับมือ 8 พันธมิตร ลงนาม MOU ขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ยุค AI

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน (ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF) พร้อมด้วยนางสาวพรพรรณ ตันนุกิจ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ BDE กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน/รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา ณ ห้องประชุมพระวิษณุ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทย ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีตัวเลขที่น่าสนใจจากรายงาน AI Ready ASEAN Research ประจำปี 2569 ระบุว่า เยาวชนไทยกว่าร้อยละ 90 และบุคลากรทางการศึกษากว่าร้อยละ 80 มีการนำ AI มาใช้ใน การเรียนการสอนและการทำงานอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอัตราการเติบโตที่รวดเร็วนี้กลับชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญในด้านความพร้อมและจริยธรรมในการใช้งาน ที่ยังคงเป็นช่องว่าง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนอาจกระทบต่อทักษะการคิดวิเคราะห์ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของโครงการฯ ประกอบด้วย กรอบทักษะความเข้าใจและใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy Framework) รายการทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ (AI Skill Checklist) และอนุกรมวิธานทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ (AI Skill Taxonomies) เครื่องมือประเมินความพร้อม
ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Readiness Assessment Tool) และการพัฒนารายวิชาการเรียนรู้ภายใต้กรอบทักษะความเข้าใจ
และการใช้ AI ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบร่วมกัน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการฯ ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนฯ ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน ที่มุ่งเน้นการวางรากฐาน ที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับประเทศไทยและอาเซียนได้นำไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย 1) กรอบทักษะความเข้าใจและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy Framework) 2) รายการทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์และอนุกรมวิธานทักษะวิชาชีพปัญญาประดิษฐ์ (AI Skill Checklist and AI Skill Taxonomies) และ 3) เครื่องมือประเมินความพร้อมด้าน AI (AI Readiness Assessment Tool) ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ คือหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียนและสนับสนุนให้เกิดการนํากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านมาใช้ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ให้มีความพร้อมในการใช้และพัฒนา AI เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน โดยหลักสำคัญของกรอบแนวทาง AITIF คือการส่งเสริมแนวคิด Hybrid AI ที่ผสมผสานทั้งแนวทางขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) และองค์ความรู้ (Knowledge-Driven) เข้าด้วยกัน บนหลักการ “เป็นธรรม ครอบคลุม และทั่วถึง” เพื่อให้มั่นใจว่า พลเมืองอาเซียนจะใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ด้านนางสาวพรพรรณ ตันนุกิจ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ กล่าวว่า BDE ได้ตระหนักถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในหลายด้านทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยได้เล็งเห็นความสำคัญของทักษะความเข้าใจและใช้ AI ต่อการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน จึงได้เสนอดำเนินโครงการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน (ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF) โดยการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 13 – 17 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบโครงการฯ ซึ่ง BDE ได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์จากการทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเชิงลึก และจัดประชุมระดม ความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมถึงได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการศึกษา และได้พัฒนากรอบ แนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน สำหรับการประชุมสัมมนาในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในมาตรฐานและกรอบแนวทางต่าง ๆ ที่โครงการได้พัฒนาขึ้น และสามารถนำเครื่องมือประเมินความพร้อมไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรและองค์กรรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนํากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน มาใช้ในการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ขององค์กร และการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีความพร้อมในการใช้และพัฒนา AI เพื่อร่วมกันนำกรอบแนวทาง AITIF ไปประยุกต์ใช้จริงในองค์กร ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรม AI ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาของโครงการฯ ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ไปสู่องค์กร ภายใต้กรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน จำนวน 9 หน่วยงาน ได้แก่ 1) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 3) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 4) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย 6) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย 7) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล 8) บริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด และ 9) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำกรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน มาใช้ในการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ขององค์กร และการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีความพร้อมในการใช้และพัฒนา AI รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนากรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม AI ของอาเซียน ให้รองรับการปรับเปลี่ยนทางด้าน AI และกรอบความตกลงที่เกี่ยวข้องภายใต้ประชาคมอาเซียน ทั้งยังเป็นการร่วมกันแบ่งปัน และเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์การนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างเหมาะสมและปลอดภัย