June 11, 2026
ในประเทศ

เปิด “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 69” แนะคนไทยหาความรู้ด้านสุขภาพอย่างมีคุณภาพ

ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม  มหาวิทยาลัยมหิดลเปิด รายงานสุขภาพคนไทย ปี 69….รอบรู้อย่างรอบคอบ ความรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” เปิดสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ปี 69 แนะคนไทยหาความรู้ให้มาก เพื่อคนไทยไร้โรค NCDs มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

“สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ปี 2569 ซึ่งอยู่ในความสนใจของสังคม มี 10 สถานการณ์ ได้แก่ 1.โรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2.ประกันสังคม 3.นโยบายสหรัฐฯ กับผลกระทบด้านสุขภาพไทย 4.จากแก๊งคอลเซนเตอร์ สู่การค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน 5.การศึกษาไร้พรมแดน: นักเรียนข้ามชาติกับสังคมไทย 6.แผ่นดินไหวกับภัยพิบัติที่ไม่อาจมองข้าม 7.มหานทีเปื้อนพิษข้ามพรมแดน สารพิษในลุ่มน้ำกก สาย รวกและโขง 8.ลมหายใจชายแดน ในวันที่ยังไม่สิ้นเสียงผืน 9.สมรสเท่าเทียม: การยอมรับทางสังคมของความหลากหลายทางเพศ และ 10.จากการ ‘สงเคราะห์’ สู่การคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งนี้ สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางการแพทย์ แต่ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงระดับโลก” รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ หัวหน้าโครงการจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 กล่าว

ทั้งนี้จากสถานการณ์ของประเทศไทยที่มีอัตราการเกิดน้อยลง อัตราการตายลดลง ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ผลักให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ในรายงานฉับนี้ระบุว่า คนไทยต้องใช้ชีวิตเจ็บป่วยระยะท้ายนาน 6.9 ปี ห่วง ผู้ป่วยระยะประคับประคอง 43.3% เข้าไม่ถึงระบบการดูแลที่บ้าน และโรค NCDs ยังเป็นภัยเงียบอันดับ 1 คร่าชีวิตคนไทย ส่องพฤติกรรมคน 3 วัย “เด็ก-วัยทำงาน-ผู้สูงอายุ” เข้าถึงข้อมูลดิจิทัล แต่ขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพ เปิดนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ-การเมือง-ความมั่นคงระดับโลก

ความรู้ด้านสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน ความรู้ด้านสุขภาพไม่ใช่แค่ความรู้ทางการแพทย์ แต่เป็นทักษะทางปัญญาและสังคมที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และใช้ข้อมูลเพื่อดูแลตนเองได้ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก(WHO) มองว่า ความรู้ด้านสุขภาพคือ “ขุดคานงัด”  สำคัญทีทจะช่วยลดความตึงตัวของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งเรื่องงบประมาณและบุคลากร เพราะเมื่อประชาชนดูแลตนเองเบื้องต้นได้ จำนวนผู้ป่วยจะลดลง  ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

การนำความรู้ด้านสุขภาพที่มีอยู่เต็มไปหมดบนโลกโซลเซียล แจะมีประชาชนกี่คนที่สามารถคัดกรองความรู้ที่มีอยู่มากมายมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้จริง ทุกวันนี้คนไทยจึง อยู่ในภาวความรู้ท่วมหัวแต่พฤติกรรมไม่เปลี่ยน จึงทำให้คนไทยเข้าสู่ภาวะ “Paradox”(ความขัดแย้ง ) คือ จากการสำรวจพบว่า คนไทย 60%มีความรู้ด้านสุขภาพ เข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่ายและรวดเร็วผ่านสมาร์ทโฟน แต่พฤติกรรมเสี่ยงกลับไม่ลดลง

แต่ยัง”ไม่เพียงพอ” โดยเฉพาะด้านการตัดสินใจและปฏิบัติ แม้แต่ในกลุ่มที่มีความรู้สูงยังตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงได้ เพราะ ขากการรู้เท่าทันอย่างมีวิจารรญาณ เพราะสื่อดิจิทัลมักเน้นความหวือหวา เข้าใจง่ายเกินจริงจนคนหลงเชื่อจากรูลักษณ์สื่อมากกว่าความถูกต้อง

จากข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ  รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่กล่าวว่า เรื่องพิเศษฉบับนี้ คือ “รอบรู้อย่างรอบคอบ: ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล”  ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งของสังคมยุคปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่าย แต่ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้อง จากกรณีศึกษาพฤติกรรมของคนสามช่วงวัย คือ วัยรุ่นที่ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ วัยทำงานที่ยังไม่มั่นใจในการใช้บริการสุขภาพดิจิทัล ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุที่เสี่ยงตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์และส่งผลกระทบต่อสุขภาวะในมิติต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องครอบคลุมมากกว่าการเข้าถึงข้อมูล คณะทีมวิจัยจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพบนสื่อออนไลน์ 3 มิติ 1.สร้างมาตรฐานเนื้อหาสุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ 2.กำหนดจรรยาบรรณสำหรับผู้เผยแพร่ข้อมูลสุขภาพ 3.พัฒนาหลักสูตรสุขศึกษาสอนให้เด็กและเยาวชนมีทักษะตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลสุขภาพ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การรับมือในสถานการณ์ที่มีเด็กเกิดน้อยลง อายุยืนมากขึ้น คือต้องเน้นไปที่คุณภาพของคน ต้องย้อนไปถึงวัยเด็กต้องมีทุนมนุษย์คือ วัยเด็กให้มีสุขภาะวทางปัญญา สำนึกรักในบ้านและแผ่นดินเกิด มีมีความสามารถทำงานเพื่อสังคม และใช้ความสามารถนั้นในการพัฒนาประเทศได้อย่างไร ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ต่อด้วยช่วงที่ต้องอยู่กับพ่อแม่ คือการเลี้ยงดู เสริมสร้างพัฒนาการที่ดี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เช่น ปลอดบุหรี่ไฟฟ้า มีการออกกำลังกาย ทานอาหารที่เหมาะสม ปลูกฝังด้วยนิทานเพื่อให้เด็กมีสุขภาวะจิตที่ดี เป็นภูมิคุ้มกันทางใจมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อให้กับสังคม และในทุกวัยได้เรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะสม สามารถเติบมีและมีพัฒนาการในยุค AI มีความรู้รอบด้านในทุกมิติต่างๆ เพื่อชดเชยปริมาณกับอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่ใช้แค่รัฐบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย แต่เป็นโจทย์ที่ท้าทายของครอบครัว ชุมชนที่ต้องช่วยการสร้างเรื่องดังกล่าว เพื่อภาพรวมในสังคมและกลุ่มคนที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เราต้องการทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพที่หล่อเลี้ยงกลไกสังคม

ทั้งนี้ รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศเชิงนโยบาย ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญความท้าทายสุขภาวะ และมีโอกาสพัฒนานโยบายอย่างไร เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ใน 3 ระดับ ได้แก่ นโยบาย ยุทธศาสตร์องค์กร และสื่อสารสาธารณะ โดยรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 มี 5 ส่วนหลักสำคัญ คือ 1.หมวดตัวชี้วัด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” นำเสนอข้อมูลอัตราการเกิดน้อย สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวและเศรษฐกิจ พร้อมนำเสนอนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ 2.สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ นำเสนอประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมไทยในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมสะท้อนข้อเสนอแนวทางพัฒนานโยบายด้านสุขภาพ 3.เรื่องพิเศษประจำฉบับ ‘รอบรู้อย่างรอบคอบ-ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล’ วิเคราะห์โอกาสและความท้าทายการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์ 4.ผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย นำเสนอความสำเร็จทางการแพทย์และสาธารณสุข 5.บทความพิเศษ เรื่อง ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับสุขภาพคนไทย’ สสส. มุ่งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลรายงานสุขภาพคนไทยไปใช้ในการพัฒนานโยบายขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์สุขภาพคนไทยระยะยาว ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับสมบูรณ์ได้ที่ www.thaihealthreport.com”