ในประเทศ

สสส. เปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐทมิฬนาฑู อินเดีย แลกเปลี่ยนบทเรียนสร้างเสริมสุขภาพ-หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทย

สสส. เปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐทมิฬนาฑู อินเดีย แลกเปลี่ยนบทเรียนสร้างเสริมสุขภาพ-หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทย ชูโมเดล สสส. กลไกเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพยั่งยืน ต้นแบบขับเคลื่อนงานสุขภาพเชิงรุก แลกเปลี่ยนแนวทางลดปัจจัยเสี่ยง-ลดบริโภคโซเดียม ต่อยอดความร่วมมือพัฒนาระบบสุขภาพสองฝ่าย

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่า สสส. ได้ให้การต้อนรับ นพ.อรุณ ราช (Dr. Arun Raj) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย และคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงสาธารณสุขรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนบทเรียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ กลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย รวมถึงแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพและโอกาสในการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและรัฐทมิฬนาฑูในอนาคต ซึ่งไทยและรัฐทมิฬนาฑูเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่คล้ายกัน โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด และอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

“สสส. ได้ถ่ายทอดวิธีการทำงาน ผ่าน 3 กลไก คือ 1.สนับสนุนองค์ความรู้ 2.สนับสนุนยุทธศาสตร์ นโยบายที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะดี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการสร้างเสริมสุขภาพของไทย 3.สานพลังกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรณรงค์สังคมสร้างเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทั้งไทยและรัฐทมิฬนาฑูจะได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านสาธารณสุข และสานต่อความร่วมมือด้านการสร้างเสริมสุขภาพระหว่างสองฝ่ายในอนาคต” ดร.ประกาศิต กล่าว

นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมี พญ.วลัยพร พัชรนฤมล รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมนำเสนอพัฒนาการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย กลไกการจัดสรรงบประมาณ การบริหารกองทุนสุขภาพ ไปจนถึงการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นพ.อรุณ ราช กล่าวว่า ไทยมีระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะด้านการสร้างเสริมสุขภาพและระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเป็นต้นแบบการดำเนินงานที่น่าสนใจสำหรับรัฐทมิฬนาฑู โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้คณะผู้แทนได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินงานของ สสส. ทั้งด้านกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย และมาตรการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยเฉพาะแนวทางการลดการบริโภคโซเดียม ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะผู้แทนให้ความสนใจและสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของระบบสุขภาพของรัฐทมิฬนาฑูต่อไป

“ขอขอบคุณ สสส. ที่เปิดโอกาสให้คณะผู้แทนจากรัฐทมิฬนาฑูได้มาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ โดยเฉพาะกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และแนวทางการลดการบริโภคโซเดียม ซึ่งคณะผู้แทนจะนำแนวคิดและต้นแบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพไปประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของระบบสุขภาพของรัฐทมิฬนาฑูต่อไป” นพ.อรุณ กล่าว

พญ.วลัยพร พัชรนฤมล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า นอกจากกลไกการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงแล้ว ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพของไทย โดย สปสช. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคณะผู้แทนจากรัฐทมิฬนาฑูเกี่ยวกับพัฒนาการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย กลไกการจัดสรรงบประมาณ การบริหารกองทุนสุขภาพ ไปจนถึงการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงแนวทางการเชื่อมโยงงานสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเข้ากับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายสามารถแลกเปลี่ยนบทเรียนและนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพให้มีความเข้มแข็งและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุม