ดีป้า ปักหมุด OTOD #3 จังหวัดที่ 4 “พระนครศรีอยุธยา” ยกระดับอู่ข้าวลุ่มน้ำเจ้าพระยา หนุนชุมชนเติบโตสู่เกษตรดิจิทัล
ดีป้า ปักหมุด OTOD #3 จังหวัดที่ 4 “พระนครศรีอยุธยา” ยกระดับอู่ข้าวลุ่มน้ำเจ้าพระยา หนุนชุมชนเติบโตสู่เกษตรดิจิทัล เชื่อมภูมิปัญญาเมืองมรดกโลกกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569, พระนครศรีอยุธยา – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขยายผลโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดที่ 4 ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองมรดกโลกและพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของภาคกลาง ในฐานะ “อู่ข้าวอู่น้ำ” และศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ผสานมรดกโลกเข้ากับฐานการผลิตสมัยใหม่ เพื่อเร่งยกระดับเกษตรกรและชุมชนสู่ Smart Agriculture ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าถึงได้จริง ตอบโจทย์การเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างแม่นยำ และสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคกลาง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้รับเกียรติจาก นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า และ นายวิศิษฏ์ ไหมเพ็ชร ผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง ดีป้า และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 220 ราย/ ชุมชน

นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า กล่าวว่า “OTOD #3 ไม่ได้เป็นเพียงโครงการอบรมหรือสนับสนุนงบประมาณ แต่คือกลไกสำคัญในการเชื่อม ‘ความต้องการของชุมชน’ เข้ากับ ‘เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีมาตรฐาน’ เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ทั้งต้นทุนแรงงาน ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ การบริหารจัดการแปลง และการเข้าถึงตลาด สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรามองเห็นศักยภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่แห่งนี้คืออู่ข้าวสำคัญของภาคกลาง และมีรากฐานด้านเกษตรกรรมที่แข็งแรง หากสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมได้อย่างถูกจุด จะช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในระยะยาว”
“หัวใจของ OTOD #3 คือการทำให้เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ชุมชนใช้ได้จริง ผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture การจัดแสดง AgriTech Showcase การจับคู่ธุรกิจกับผู้ให้บริการเทคโนโลยี และเวที Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการสนับสนุนจากดีป้า ทั้งหมดนี้จะช่วยเปลี่ยนการพัฒนาเกษตรไทยจากการทำแบบรายกิจกรรม ไปสู่การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เกิดผลลัพธ์จริงในพื้นที่”

ด้าน นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม OTOD #3 ในครั้งนี้ เพราะอยุธยาไม่ใช่เพียงเมืองประวัติศาสตร์และเมืองมรดกโลก แต่ยังเป็นจังหวัดที่มีฐานการเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะการผลิตข้าวและพืชเศรษฐกิจของภาคกลาง วันนี้การพัฒนาเกษตรกรรมไม่อาจมองเพียงเรื่องผลผลิตต่อไร่เท่านั้น แต่ต้องมองถึงต้นทุน คุณภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในอนาคต เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความเสี่ยง และเชื่อมต่อกับตลาดได้ดียิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้อง ‘ปรับกระบวนทัศน์’ จากเกษตรแบบเดิม สู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นรากฐาน


โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว โดยผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนเกาะจิกระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด และเกษตรกรต้นแบบจากคุณสนธยา ตรีสุทธิผล ประธานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของ “ไร่สนธยา พาเพลิน” และคุณประเสริฐ พุ่มพวง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวปลอดภัยหนองน้ำใหญ่ “ข้าวตาจุก” ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวที Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ภาคกลาง มีกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาประเภท d-community ทุนละ 150,000 บาท จำนวน 60 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบางกะเจ้าเกษตรอินทรีย์ ขณะที่ประเภท d-startup ทุนละ 200,000 บาท มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 4 ราย ซึ่งมีคะแนนสูงสุดได้รับเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ นายสุปากรณ์ ปิ่นทอง โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เกษตรจังหวัด, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด, สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น


โครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด, ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมหน่วยงาน ภูมิภาคถัดไปโครงการจะเดินหน้าสู่ภาคใต้ตอนบน จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม เดอะทวิน โลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยกลุ่มชุมชน และเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรดิจิทัล สามารถศึกษารายละเอียดผ่าน LINE OA: @OTOD3 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: depa Thailand

