“บ้านดอนเตย” นครพนม โชว์ผลลัพธ์จริง เปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงสู่พลังสร้างสุข ตอกย้ำต้นแบบ “ชุมชนเปี่ยมสุข 8 มิติ” ยกระดับคุณภาพชีวิตถึงระดับครัวเรือน
ปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็น “รากของปัญหา” ที่เชื่อมโยงไปสู่สุขภาพที่ถดถอย ปัญหาหนี้สิน เกิดความขัดแย้งในครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่ลดลง ดังนั้นการแก้ไขจึงต้องก้าวข้ามการรณรงค์ให้เลิกดื่มเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ “การเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง” เป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาชีวิต โดยเน้นการทำงานเชิงลึกในระดับบุคคลและครอบครัว

น.ส.พิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ภายใต้ มูลนิธิวิถีสุข กล่าวว่า โครงการได้พัฒนากระบวนการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่าน “แผนคุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ” ครอบคลุมทั้งสุขกาย สุขใจ สุขการงาน สุขการเงิน สุขความสัมพันธ์ สุขสังคม สุขปัญญา และสุขจิตวิญญาณ โดยมุ่งพัฒนาแกนนำในชุมชน เช่น กลุ่มคนหัวใจเพชร และกลุ่มพลังหญิง ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และดูแลผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสิ่งเสพติดได้อย่างใกล้ชิด
“หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การหยุดพฤติกรรม แต่คือการ ‘เปลี่ยนวิถีชีวิต’ เพราะการดื่มมักเชื่อมโยงกับความเครียด ปัญหาการเงิน หรือความสัมพันธ์ หากไม่แก้ทั้งระบบก็มีโอกาสกลับไปดื่มซ้ำ ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้จึงต้องช่วยให้คนฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ สร้างรายได้ ลดหนี้สิน พัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว และค้นพบเป้าหมายชีวิตใหม่” น.ส.พิมพ์มณี กล่าว
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือผู้เข้าร่วมสามารถลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ และร่วมกันสร้าง “ชุมชนเปี่ยมสุข” ที่คนในชุมชนดูแลกันเอง และมีวิถีชีวิตปลอดอบายมุขอย่างเข้มแข็ง
ด้าน นางบุญชู นพบูรณ์ แกนนำกลุ่มสตรีชุมชนร่วมใจดอนเตย อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวของ “กลุ่มสตรีนางรำ” ที่เห็นปัญหาการดื่มในชุมชนส่งผลกระทบต่อครอบครัว จึงลุกขึ้นมารณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา พัฒนาเป็นคณะทำงานในชื่อ “กลุ่มพลังหญิง” ร่วมกับ “ชมรมหัวใจเพชร จ.นครพนม” และเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน อาสาทำหน้าที่ “ชวน ช่วย เชียร์” ให้คนในชุมชนลด ละ เลิกเหล้า และค่อย ๆ พัฒนาเป็นการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงคนในระดับครัวเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ติดตามผลทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

นางบุญชูกล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานดังกล่าว เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างชัดเจน โดยชุมชนสามารถเปลี่ยนจาก “งดเหล้า” ไปสู่ “เปลี่ยนชีวิต” เกิดคนต้นแบบ “หัวใจหิน-หัวใจเหล็ก-หัวใจเพชร” ที่เลิกเหล้าได้จริง ลดพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ โดยเฉพาะงดเหล้าในงานศพ และทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ลดความขัดแย้งและความรุนแรงในครอบครัว และมีโรงเรียนผู้สูงอายุเป็นกลไกหลักในการดูแลใจคนในชุมชน
เกิดผลลัพธ์เชิงระบบ ผ่านการพัฒนา “กองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน – ฌาปนกิจปลอดเหล้า” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสวัสดิการชุมชนที่คุ้มครองทั้งครอบครัว และกำหนดเงื่อนไขงานศพปลอดเหล้า ส่งผลให้ลดภาระค่าใช้จ่าย และเปลี่ยนค่านิยมจาก “งานศพต้องมีเหล้า” เป็น “งานศพต้องดูแลกัน” อีกทั้งเกิดข้อตกลงทางสังคมที่ทุกคนยอมรับร่วมกันนอกจากนี้ กลุ่มพลังหญิงยังยกระดับบทบาทเป็น “ออร์แกไนเซอร์ชุมชน” ช่วยจัดงานศพแบบครบวงจร ดูแลตั้งแต่การเตรียมทีมเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการนิมนต์พระและปัจจัยต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าภาพที่กำลังโศกเศร้าถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งการจัดอาหารแบบข้าวกล่อง เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่ให้เหลือทิ้ง และป้องกันปัญหาคนข้างบ้านมาสั่งให้เจ้าภาพทำอาหารเลี้ยงฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น ช่วยบริหารงบประมาณ และการเป็นกันชนทางสังคมให้กับเจ้าภาพ ช่วยลดแรงกดดันและทำให้การจัดงานปลอดเหล้าเกิดขึ้นจริง จนกลายเป็นรูปธรรมของการที่ชุมชนสามารถออกแบบระบบดูแลกันเองในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
น.ส.พิมพ์มณี กล่าวทิ้งท้ายว่า ชุมชนบ้านดอนเตยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาที่เริ่มจาก “การเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง” ในระดับบุคคลและครอบครัว ก่อนขยายสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด การสร้างเสริมสุขภาวะ และการฟื้นฟูแบบองค์รวมนำไปสู่การสร้าง “ชุมชนเปี่ยมสุข”

“สิ่งสำคัญคือ กระบวนการเราไม่ใช่แค่หยุดดื่ม, หยุดสูบ, หยุดเสพ แต่ทำให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงในทุกมิติ ทั้งสุขภาพ รายได้ ความสัมพันธ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกัน” บ้านดอนเตย จึงไม่ใช่แค่ชุมชนปลอดเหล้า แต่คือ ต้นแบบของการเปลี่ยน ‘พฤติกรรมเสี่ยง’ ให้เป็น ‘พลังสร้างสุข’ อย่างยั่งยืน

