ในประเทศ

สสส. สานพลัง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ThaiEconoMap” เดินหน้าใช้พลังข้อมูลชุมชน สร้างโอกาสเศรษฐกิจฐานราก

ผู้ประกอบการชุมชนเศร้า-รายได้หด! เหตุเข้าไม่ถึงบริการดิจิทัล ผลสำรวจ เผย วินมอเตอร์ไซค์ไทย 89.3% ไม่ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล ซับซ้อน-เสียค่าธรรมเนียมแพง สสส. สานพลัง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ThaiEconoMap” เดินหน้าใช้พลังข้อมูลชุมชน สร้างโอกาสเศรษฐกิจฐานราก ปักหมุด “ร้านค้าชุมชน-บริการรถขนส่ง-หางานใกล้บ้าน” พร้อมใช้งานแล้วทั่วไทย สร้างรายได้ สร้างสังคมสุขภาวะดีอย่างยั่งยืน

CHUENCHEEWAA

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มี.ค. 2569 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์ม “ThaiEconoMap” หรือ แผนที่เศรษฐกิจชุมชน เครื่องมือดิจิทัลที่รวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย แรงงาน และประชาชนในชุมชน

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานกรรมการบริหารแผนสำนักสร้างสรรค์โอกาส สสส. กล่าวว่า ข้อมูลตลาดส่งอาหารไทยปี 2567 ขยายตัวเติบโตมีมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ แม้มูลค่าตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผลประโยชน์กลับไม่กระจายสู่ชุมชน เนื่องจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการสั่งอาหาร เรียกรถ ซื้อขายสินค้า และหางาน มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันหรือค่าธรรมเนียมบริการสูงถึง 30-35% ต่อออเดอร์ สอดคล้องกับผลสำรวจสภาพการทำงาน สถานะทางเศรษฐกิจ และสังคมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ปี 2566 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบวินมอเตอร์ไซค์ 89.3% ไม่ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ เหตุจากขั้นตอนซับซ้อนและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการสูง ขณะที่อีก 46.5% ไม่มีเงินออม ต้องเผชิญภาระหนี้สิน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบเรื่องรายได้ แต่ยังส่งผลต่อการอยู่อย่างมีสุขภาวะดีของประชาชน   

นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มออนไลน์ให้บริการสั่งอาหารและเรียกรถ มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังพบว่าร้านค้าในชุมชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจชุมชนฐานรากยังเข้าไม่ถึง เพราะมีค่าธรรมเนียมสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แรงงานกลุ่มไรเดอร์ถูกลดค่าตอบแทนและเงื่อนไขการทำงานที่เข้มงวด ทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ  สสส. จึงร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษาฯ พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์ม ThaiEconoMap เป็นเว็บแอปพลิเคชัน ช่วยให้ชุมชนรวบรวมและใช้ข้อมูลเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากแพลตฟอร์ม “ตามสั่ง-ตามส่ง” และ “น้องเคยมาเท่าไหร่” ที่พัฒนาขึ้นในช่วงการระบาดโควิด เมื่อปี 2563 ช่วยให้วินมอเตอร์ไซต์ ร้านอาหาร ร้านค้า และประชาชน เข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้บริการที่มีมาตรฐานและราคาที่เป็นธรรม โดยให้บริการในชุมชน 19 แห่งทั่วประเทศ เช่น ชุมชนลาดพร้าว 101 สามย่าน กรุงเทพฯ, อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และอ.เบตง จ.ยะลา

“ในระยะยาว สสส. ตั้งเป้ายกระดับให้แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ โดยชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายตำบล 3,658 แห่งทั่วประเทศ สามารถนำไปใช้พัฒนาพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งที่สำคัญ 4 มิติ 1.ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น 2.ชุมชนมีฐานข้อมูลเศรษฐกิจของตนเองสำหรับการวางแผนพัฒนาสุขภาวะในพื้นที่ 3.ลดอัตราการพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอก 4.ยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยืน” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

นายอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัยจากกลุ่มวิจัยนวัตกรรมเพื่อสังคมสมานฉันท์และเศรษฐกิจถ้วนถึงแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นวัตกรรมแพลตฟอร์ม ThaiEconoMap เป็นการควบรวมแพลตฟอร์ม “ตามสั่ง-ตามส่ง” และ “น้องเคยมาเท่าไหร่” โดยแพลตฟอร์มจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านเครื่องมือในระบบ 4 หมวด ได้แก่ 1.หมวดธุรกิจชุมชน ช่วยธุรกิจร้านค้าของผู้ประกอบการรายย่อยและบริการรถรับ-ส่ง ปรากฏบนแผนที่ดิจิทัล พร้อมระบุช่องทางการติดต่อและสั่งซื้อ 2.หมวดงานและอาชีพ เชื่อมต่อผู้หางานกับนายจ้างในชุมชน ช่วยเพิ่มโอกาสทางเลือกอาชีพใกล้บ้าน 3.หมวดประกาศชุมชน ทำหน้าที่กระจายข่าวสารและกิจกรรมในพื้นที่แบบ Real-time 4.หมวดช่วยเหลือแบ่งปัน เปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้ร่วมแบ่งปันทรัพยากรและความช่วยเหลือภายในพื้นที่อย่างเกื้อกูลกัน

CHUENCHEEWAA

“การใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถลงทะเบียนใช้งานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสามารถระบุรายละเอียดธุรกิจและตำแหน่งที่ตั้งได้บนแผนที่ดิจิทัลด้วยตัวเอง ซึ่งระบบหลังบ้านจะกระจายอำนาจให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเป็นแอดมิน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารและดูแลร่วมกัน ทั้งนี้ แพลตฟอร์มพร้อมเปิดใช้บริการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้ที่เว็บไซต์  www.thaieconomap.com และหากต้องการแจ้งปัญหาด้านการให้บริการและการใช้งานแพลตฟอร์ม สามารถแจ้งได้ที่ทีมสถาบันเอเชียศึกษาฯ อีเมล issie.ias@chula.ac.th” นายอรรคณัฐ กล่าว