งานวิจัยใหม่เผย บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายใกล้เคียงกับบุหรี่ธรรมดา
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยข้อมูลงานวิจัยใหม่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Public Health Report ของสำนักงานแพทย์ใหญ่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีข้อสรุปว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้มั่นใจได้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีความเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ของโรคที่ไม่แตกต่างจากการสูบบุหรี่หรือใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่ธรรมดา และหากมีการใช้ร่วมกับการสูบบุหรี่ธรรมดายิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา
ศ.ดร.สแตนตัน แกล็นซ์ นักวิจัยอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก กล่าวว่า ได้รวบรวมงานวิจัย 124 ชิ้น ที่ตีพิมพ์ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (ปี ค.ศ.2005-2025) โดยเป็นการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสุขภาพของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งสูบอย่างเดียว หรือสูบร่วมกับบุหรี่ธรรมดา ผลศึกษาพบว่า อัตราความเสี่ยงต่อโรค เมื่อเทียบระหว่างคนสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในโรคทางเมตาบอลิก ส่วนโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง คนสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 24% โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มขึ้น 45% และโรคในช่องปากเพิ่มขึ้น 53% แต่ต่ำกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาเพียงเล็กน้อย ส่วนคนที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดา ซึ่งมีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
“งานวิจัยนี้พิสูจน์แล้วว่า อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ และองค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา เคยประมาณการณ์ไว้ว่ามีเพียง 5% หรือ 15% ของบุหรี่ธรรมดานั้น ต่ำกว่าความจริงไปมาก ซึ่งจากการศึกษาเปรียบเทียบงานวิจัยใหม่ ๆ พบว่า อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าสูงกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ถึง 3-10 เท่า” ศ.ดร.แกล็นซ์ กล่าว
ดร.อังเดร ลูอิส โอลิเวร่า ดา ซิลวา ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบ สำนักงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติบราซิล หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า ผลการค้นพบนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ ซึ่งงานวิจัยต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า ในกลุ่มของผู้สูบบุหรี่ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ ส่วนใหญ่จะกลายเป็นผู้ใช้ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นโดยรวมเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ต่อไป
“ธุรกิจยาสูบที่ส่งเสริมบุหรี่ไฟฟ้าพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าต้องการมุ่งสู่โลกอนาคตที่ปราศจากบุหรี่ แท้ที่จริงแล้วอาจเป็นโลกอนาคตที่มีระดับของโรคภัยไข้เจ็บและการเสียชีวิตไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก การกำหนดนโยบายจะต้องอิงตามข้อมูลปัจจุบันมากกว่าวาทะกรรมที่ธุรกิจยาสูบพยายามสร้างจากข้อมูลในอดีต โดยสังเกตว่า 81% ของงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ. 2020 หรือหลังจากนั้น ทั้งนี้ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพและหน่วยงานสาธารณสุขควรหยุดส่งเสริมบุหรี่ไฟฟ้าว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ” ดร.ซิลวา กล่าวทิ้งท้าย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า รายงานที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดโรคในคนที่สูบหลาย ๆ โรค ไม่แตกต่างจากคนที่สูบบุหรี่มวน และบางโรคเกิดน้อยกว่าในคนที่สูบบุหรี่มวน ประเด็นสำคัญคือระยะเวลาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคนสูบส่วนใหญ่ ยังสั้นกว่าคนที่สูบบุหรี่มวนมาก เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเริ่มระบาดจริง ๆ ยังไม่ถึง 20 ปี โรคต่าง ๆ ที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าจึงยังไม่ปรากฏให้เห็นเต็มที่ ที่สำคัญ การวัดโดยการเปรียบเทียบเฉพาะโรคที่เกิดในคนที่สูบบุหรี่มวน ไม่ได้รวมถึงโรคใหม่ ๆ ที่เกิดในคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าในระยะสั้น เช่น โรคปอดอักเสบรุนแรง (อีวาลี่) โรคปอดรั่ว และโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต ในวัยรุ่นที่ส่งผลต่อการเรียนหนังสือ และปัญหาที่นำวัยรุ่นไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่น ซึ่งหากรวมปัญหาเหล่านี้ด้วย บุหรี่ไฟฟ้าจะส่งผลในทางลบต่อสุขภาพ มากกว่าบุหรี่มวน ที่พยายามควบคุมมามากกว่า 40 ปี จนการสูบบุหรี่มวนเริ่มมีแนวโน้มลดลง จึงไม่ต้องการให้มีบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มจำนวนคนที่เสพติดบุหรี่ให้มากขึ้นอีก
อ้างอิง:
Glantz SA, Oliveira da Silva AL. Comparison of e-Cigarette and Cigarette Use and Dual Use Associations With Disease: Updated Systematic Review and Meta-Analysis. Public Health Rep. Published online February 17, 2026. doi:10.1177/00333549251403349

