สสส. สานพลัง TIMS ปั้น 2 โมเดล พัฒนาหลักสูตรนักรับฟัง-จ้างงานคนพิการ สร้างอาชีพนักรับฟังพิเศษ
“Mind First Aid” ปฐมพยาบาลใจโดยคนพิการ สสส. สานพลัง TIMS ปั้น 2 โมเดล พัฒนาหลักสูตรนักรับฟัง-จ้างงานคนพิการ สร้างอาชีพนักรับฟังพิเศษ ให้คำปรึกษาทางใจลดวิกฤตความเครียด ชี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน-ทักษะชีวิต ลดความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเอง เตรียมปูพรมเยียวยาสุขภาพใจคนวัยทำงานในองค์กร
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่ Club Siam Glowfish สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) บริษัท ยัง กู๊ด กัฟเวอร์แนนซ์ จัดงานแถลงข่าวคืนความรู้โครงการพัฒนาอาสาสมัครปฐมพยาบาลใจเบื้องต้นโดยคนพิการ (Mind First Aid)

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งให้ความสำคัญการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิต จากข้อมูลผลสำรวจสุขภาพจิตพนักงานไทย ปี 2566 โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบคนวัยทำงานในไทย 40% มีระดับความเครียดสูง สาเหตุจากปัญหาเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน และความไม่แน่นอนทางธุรกิจ สสส. จึงสนับสนุนโครงการปฐมพยาบาลทางใจโดยคนพิการ ส่งเสริมการพัฒนาประชาชนและคนพิการให้สามารถดูแลปฐมพยาบาลใจขั้นต้นได้ ผลการดำเนินงานสามารถการพัฒนาต้นแบบด้านสุขภาพจิต 2 โมเดล คือ 1.หลักสูตรการพัฒนานักปฐมพยาบาลทางใจ ใช้โมเดล 4S คือ 1.Self-care ดูแลใจตนเอง 2.Support เสริมพลังใจ 3.Sense เข้าใจผู้อื่น 4.Summarize ทบทวนใจ ควบคู่กับการเรียนรู้แบบ 3O คือ Online Onsite และ On the job Training มีผู้เข้าร่วมอบรมทุกกระบวนการ 915 คน ในจำนวนนี้เป็นคนพิการ 210 คน 2.จ้างงานคนพิการ เป็นนักรับฟังพลังพิเศษ ผ่านแอปพลิเคชัน “สติ” มีคนพิการได้รับการจ้างงาน 40 คน คิดเป็นมูลค่าการจ้างงานในรอบ 12 เดือน ประมาณ 5,760,000 บาท
“โครงการ Mind First Aid ได้เปลี่ยนมุมมองจากคนพิการที่เคยถูกมองว่าต้องได้รับความช่วยเหลือ ให้กลายเป็นพลังสำคัญในการดูแลสุขภาพใจผู้อื่น สามารถเป็นผู้รับฟัง สะท้อนความคิด และกลั่นกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น จนสามารถเข้าสู่การจ้างงานกับภาคเอกชน ซึ่งทั้ง 2 โมเดลนี้ได้ผ่านกระบวนการศึกษา วิจัย และสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ โดยสสส. จะร่วมผลักดันนำไปต่อยอดและขยายผล ทั้งบริบทขององค์กร ชุมชน หรือหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายการดูแลใจ ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ และช่วยกันสร้างสังคมไทยที่เข้าใจ เห็นคุณค่า และดูแลใจกันมาก” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

น.ส.เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ หัวหน้าโครงการการปฐมพยาบาลใจเบื้องต้นโดยคนพิการ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการ Mind First Aid ถือเป็นโอกาสสำคัญของการขยายผลสร้างอาชีพนักรับฟังพลังพิเศษให้กับคนพิการ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการดูแลใจผู้อื่น โดยในโครงการคนพิการจำนวน 10 คน ได้ทดลองรับสายรับฟังพนักงานในองค์กร 2 องค์กร และรับสายบุคคลทั่วไปผ่านแอปพลิเคชัน “สติ” เป็นระยะเวลา 4 เดือน 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 68 รวมรับสายทั้งหมด 1,587 สาย รวม 29,271 นาที คะแนนรีวิวความพอใจ 4.66 คะแนน จาก 5 คะแนนเต็ม ผู้รับบริการรู้สึกได้รับประโยชน์ทั้งต่อตนเองและในเชิงองค์กร 4.67 คะแนน จาก 5 คะแนนเต็ม ที่สำคัญช่วยลดความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเองของผู้รับบริการ เพื่อความยั่งยืนและขยายผลลัพธ์ความสำเร็จ กรมสุขภาพจิตจะขยายผลโมเดลต้นแบบ “นักรับฟังพลังพิเศษ จ้างงานคนพิการเพื่อเป็นนักรับฟัง” โดยตั้งเป้าจะพัฒนาคนพิการให้เป็นนักรับฟังให้ได้ 500 คน เพื่อช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตคนวัยทำงาน พร้อมสนับสนุนการต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ

ผศ.ดร.ธีรพัฒน์ อังศุชวาล คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการประเมินการให้บริการของนักปฐมพยาบาลใจในองค์กร พบว่าการดูแลสุขภาพจิตในองค์กรช่วยให้บุคลากรมีภูมิคุ้มกันในการทำงานและการใช้ชีวิต สามารถรับมือกับความท้าทายทั้งจากงานและชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะงานที่มีความกดดันสูงและหลีกเลี่ยงความเครียดได้ยาก โดยผู้มาใช้บริการขอคำปรึกษา จะเกิดกระบวนการเรียนรู้ มีความเมตตากรุณาต่อตนเอง มีแนวโน้มลดการตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ทั้งนี้ ผู้บริหารองค์กรมีส่วนสำคัญในการสร้างระบบการดูแลสุขภาพจิตในองค์กร ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย วัฒนธรรมองค์กร รวมถึงทัศนคติของพนักงาน เช่น การพัฒนาทักษะบุคคลากร การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยทางใจ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต

