April 21, 2026
ในประเทศ

สสส.-สถาบันยุวทัศน์ฯ ผนึกจังหวัดตรัง ยกระดับ “การเดินทางปลอดภัยในเด็กและเยาวชน” สู่กลไกระดับพื้นที่

ปั้นแกนนำเยาวชนสร้างถนนปลอดภัย! สสส. สถาบันยุวทัศน์ฯ ผนึกจังหวัดตรัง ยกระดับ “การเดินทางปลอดภัยในเด็กและเยาวชน” สู่กลไกระดับพื้นที่ ฝึกแกนนำนักเรียนทุกระดับ ลดอุบัติเหตุทางถนน ตั้งเป้าสวมหมวกนิรภัย 80%

นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.ตรัง กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชนจังหวัดตรังมีความน่าเป็นกังวล จากข้อมูลจากกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ปี 2568 จ.ตรังพบผู้เสียชีวิตถึง 180 ราย เพิ่มขึ้น 2.27% จากปี 2567 โดยมีพื้นที่เสี่ยง คือ อำเภอเมือง และอำเภอห้วยยอด สาเหตุหลักกว่า 78% เกิดจากรถจักรยานยนต์ จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และภาคีเครือข่ายใน  จ.ตรัง ขับเคลื่อนมาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านการสร้างแกนนำนักเรียนในสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยอย่างน้อย 80% และลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในระยะยาว

“การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ที่ตั้งเป้าลดอัตราผู้เสียชีวิตเหลือ 11 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างยั่งยืน” นายทรงกลด กล่าว

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกลุ่ม “เด็กและเยาวชน” เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนงานของ สสส. ผ่านการสร้างกลไกจัดการความปลอดภัยระดับพื้นที่ให้เข้มแข็ง สสส. ได้ร่วมกับ ยท. ส่วนราชการ จ.ตรัง ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษากว่า 20 แห่งในจังหวัด บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชน พร้อมสนับสนุนหมวกนิรภัยจากภาคเอกชนเพื่อผลักดันธนาคารหมวกนิรภัยในสถานศึกษา เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัย  ปี 2569-2570 อย่างน้อย 80%

“สสส. พร้อมสนับสนุน จ.ตรัง ลดอุบัติเหตุ ทั้งการถอดบทเรียน การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนกับคนรุ่นใหม่ ทั้งการสวมหมวกนิรภัย และการลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแล้วขับ หัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทเป็น “ผู้ร่วมสร้างความปลอดภัย” ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ โดยมุ่งพัฒนาให้เยาวชนเป็นแกนนำนักสื่อสารสุขภาวะ ที่สามารถขยายแนวคิดความปลอดภัยจากโรงเรียนสู่ชุมชนและครอบครัว” นางก่องกาญจน์ กล่าว

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า แนวทางการขับเคลื่อนงานใน จ.ตรัง ดำเนินการผ่าน 4 มาตรการสำคัญ 1. การบูรณาการความร่วมมือกับสถานศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะหน่วยงานในคณะอนุกรรมการด้านเด็กและเยาวชน ในศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน จ.ตรัง ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา รวมถึงระดับอุดมศึกษา จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการผลักดันให้เกิดธนาคารหมวกนิรภัยในสถานศึกษา 2. เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเป็นแกนนำหลักในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 3. ผลักดันนโยบายหรือมาตรการความปลอดภัยร่วมกับสถานศึกษาและชุมชนให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม 4. สนับสนุนการสื่อสารสาธารณะที่ทันสมัย ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างทัศนคติความปลอดภัยใหม่ โดยจะร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตรัง (ปภ.ตรัง) ในการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่การลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน