สสส. ผนึกกำลังกรมควบคุมโรค – สพฐ. 13 ภาคี ประกาศปี 2569 ปีแห่งความปลอดภัย เด็ก-เยาวชน เดินหน้า “วัคซีนจราจร” ยกระดับ TSY Program สู่การปฏิบัติจริง
สสส. ผนึกกำลังกรมควบคุมโรค – สพฐ. 13 ภาคี ประกาศปี 2569 ปีแห่งความปลอดภัย เด็ก-เยาวชน เดินหน้า “วัคซีนจราจร” ยกระดับ TSY Program สู่การปฏิบัติจริง ชูพลังสถานศึกษากว่า 20,000 แห่ง เกิดครูแกนนำ 6,356 คน ผ่านกลไก “ครู ก – ครู ข” หนุนมาตรการ 3 ป. สร้างวินัยจราจรในโรงเรียนทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคีเครือข่ายรวม 13 องค์กร จัดการประชุมถ่ายทอดนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานในพิธี กล่าวว่า การขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยบทบาทของสถานศึกษาและครูในฐานะกลไกหลักใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด ในการปลูกฝังจิตสำนึกและทักษะความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน ได้ประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน” เพื่อผลักดันมาตรการดังกล่าว ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือ เชิงนโยบายระหว่างภาคสาธารณสุข การศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนมาตรการสู่การปฏิบัติจริง สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และปกป้องอนาคตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
“สพฐ. มีสถานศึกษาในสังกัดไม่น้อยกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ขับเคลื่อนโครงการ ‘สถานศึกษาปลอดภัย’ (Safety School) ภายใต้มาตรการหลัก ‘3 ป.’ 1. ป้องกัน มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ในสถานศึกษา เช่น การจัดระบบจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน การจัดจุดรับ-ส่งนักเรียนอย่างเป็นระบบ และการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 2. ปลูกฝัง เน้นการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อสร้างวินัยจราจรและจิตสำนึกความปลอดภัยผ่านหลักสูตรและชมรมวัคซีนจราจร 3. ปราบปราม/เผชิญเหตุ และเยียวยา กำหนดมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉิน การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเมื่อเกิดเหตุ โดยเฉพาะการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย” นางภัทรวรรณ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากบูรณาการข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 3 ฐาน ปี 2568 คาดการณ์มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวมลดลงเหลือ 15,534 คน แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 โดยเฉพาะ
“การสูญเสียเด็กและเยาวชน” ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง ข้อมูลจากสำนักบริหาร การทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย(มท.) ปี 2568 พบว่าไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ 416,574 คน ขณะที่เด็กและเยาวชนอายุ 10 – 19 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดเกือบ 2,000 คนต่อปี โดยมีสาเหตุหลักจากรถจักรยานยนต์ สสส. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการขับเคลื่อน TSY Program และการเสริมศักยภาพครูแกนนำทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความรู้สู่เด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ และร่วมกับกรมควบคุมโรค สพฐ. และภาคีเครือข่าย 13 องค์กร ประกาศเจตนารมณ์ให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการจัดการความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน” และยกระดับการขับเคลื่อน “TSY Program: Thailand Safe Youth Program” หรือ “วัคซีนจราจร” สู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับ
“สสส. สนับสนุนการขับเคลื่อนร่วมกับกรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่าย เพื่อแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงทั้งระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยมีกลไกสำคัญของการขยายผลในโรงเรียนคือการพัฒนาอบรมเสริมศักยภาพวิทยากรครู 4 ภาคทั่วประเทศรวม 1,049 คน เกิดครูแกนนำเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ‘ครู ก’ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรหลัก/ผู้ฝึกครู (train the trainer) ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการสอนให้ครูในพื้นที่ และ ‘ครู ข’ ทำหน้าที่นำหลักสูตรและกิจกรรมความปลอดภัยทางถนนไปใช้จริงในโรงเรียนเพื่อเข้าถึงนักเรียนโดยตรง โดยในช่วง 9 เดือน (มกราคม – กันยายน ปี 2568) สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กและเยาวชนลงได้ 9.21% โดยระยะต่อไปจะเร่งขยายผลถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียนโดยตรงให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ลดความเสี่ยง ลดการสูญเสีย และทำให้ความปลอดภัยทางถนนเป็นทักษะพื้นฐานของเด็กและเยาวชนไทย” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในรอบ 10 ปี (ปี 2554 – 2563) พบว่าเด็กและเยาวชนอายุ 10-19 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวม 26,930 คน และคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2564-2573 หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม จะมี ความสูญเสียเพิ่มขึ้นอีก 30,204 คน จึงเกิดการรวมพลังของคณะทำงาน 13 องค์กร ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อขับเคลื่อน TSY Program โดยมี สสส. เป็นหน่วยสนับสนุนหลัก เพื่อสร้างระบบป้องกันและปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยเรียน
พญ.ศิริรัตน์ กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของเด็ก และเยาวชนลงเหลือ 1,648 คน ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี จาก 3,084 คนในปี 2559 และได้พัฒนาเครือข่ายวิทยากร “ครู ก” และ “ครู ข” รวม 6,356 คน เพื่อถ่ายทอดหลักสูตรวัคซีนจราจรสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดนโยบาย ทิศทาง และแนวทางการขับเคลื่อนให้หน่วยงาน ด้านการศึกษาและภาคีเครือข่ายนำไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ และขยายผลให้เข้าถึงเด็ก และเยาวชนในวงกว้างยิ่งขึ้น

