สสส. สานพลัง จ.อุบลราชธานี เปิดเวทีโชว์นวัตกรรม “MUSYA AI” เครื่องมือช่วยวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพระดับพื้นที่
สสส. สานพลัง จ.อุบลราชธานี เปิดเวทีโชว์นวัตกรรม “MUSYA AI” เครื่องมือช่วยวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพระดับพื้นที่ พร้อมแนะนโยบายลด NCDs-อุบัติเหตุ-สุขภาพจิต นำร่องใช้งานเขตสุขภาพที่ 10 นักวิชาการยืนยัน “MUSYA AI” วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพแม่นยำ-มีประสิทธิภาพ “ณัฐพันธุ์” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. ชี้แนวทางส่งต่อเครื่องมือและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ โดยพิจารณาขยายผลตามบริบทพื้นที่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 2569 ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชั่นเซนเตอร์ จ.อุบลราชธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดเวทีเปิดตัวนวัตกรรม “MUSYA AI จากเขตสุขภาพที่ 10 สู่การขยายผลระดับภูมิภาค” นำเสนอความสำเร็จการพัฒนานวัตกรรมโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพในพื้นที่ พร้อมสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนงานที่มีแหล่งอ้างอิงถูกต้อง

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การออกแบบนโยบายสุขภาพจำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ สสส. จึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พัฒนานวัตกรรม MUSYA AI เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เปลี่ยนข้อมูลสุขภาพในพื้นที่ สู่ร่างข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนงานที่มีแหล่งอ้างอิงจากข้อมูลระดับพื้นที่ ใช้ขับเคลื่อนภารกิจลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ DOPA-Driven Strategy (DataDriven, Outcome-Driven, Partners-Driven และ AI-Driven) ของ สสส. ในการส่งเสริมให้หน่วยงานระดับท้องถิ่น ใช้ข้อมูลมาขับเคลื่อนสังคม ผ่านการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสุขภาพ นำไปสู่การกำหนดนโยบายและแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยมีชุมชนเป็นฐานและวัดผลลัพธ์ในพื้นที่ได้จริง
ดร.ณัฐพันธุ์ กล่าวต่อว่า จากการนำนวัตกรรม MUSYA AI ไปใช้ในพื้นที่ทดลองต้นแบบ (Sandbox) เขตสุขภาพที่ 10 ผ่านประเด็นสุขภาพ คือ อุบัติเหตุทางถนน อาหารและโภชนาการ และสุขภาพจิต กับบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน 110 คน พบว่า ผู้ทดลองให้คะแนนความง่ายในการใช้งานสูงถึง 97 คะแนน จาก 100 คะแนน ภายใต้มาตรวัดมาตรฐานสากล ซึ่งระบบทั่วไปได้เฉลี่ยอยู่ที่ 68 คะแนน ผู้ทดลองใช้งานเห็นคุณค่า ประโยชน์ และเชื่อมั่นในผลวิเคราะห์ข้อมูล โดยให้คะแนนความยอมรับนวัตกรรมสูงถึง 4.70 คะแนน จาก 5 คะแนน ที่สำคัญ จากการประเมินข้อเสนอเชิงนโยบายที่จัดทำด้วย MUSYA AI พบว่า ผู้ประเมินให้คะแนน 95 คะแนน จาก 100 คะแนน ขณะที่ AI ทั่วไปได้ 72 คะแนน
“ยุทธศาสตร์ของ สสส. ในการสนับสนุนนวัตกรรมเชิงพื้นที่มีแนวทางทำงาน 3 มิติ 1.สร้างต้นแบบ (Sandbox) เปิดพื้นที่ให้ได้ทดลอง และวัดผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมา โดยเขตสุขภาพที่ 10 และจ.อุบลราชธานี คือ Sandbox ของ MUSYA AI ที่ทีมวิจัยทดสอบกับผู้ใช้จริง และประเมินผลเป็นระบบ 2.ส่งต่อ (Transfer) หมุดหมายต่อไป คือการพิจารณาขยายผลสู่เขตสุขภาพที่ 7 8 9 โดยจะทดลองใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมประเมินผลลัพธ์ด้านสุขภาพ โดยให้หน่วยงานที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนงานสุขภาวะของประชาชนในระดับพื้นที่ พิจารณานำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดตามภารกิจและความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน 3.ถอยออกมา (Exit) เป้าหมาย คือ การมีหน่วยงานตามภารกิจสามารถนำเครื่องมือและข้อเสนอเชิงนโยบายไปบูรณาการกับงานประจำและงบประมาณของหน่วยงานได้อย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นบทบาทของ สสส. ในการจุดประกายและสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบ เพื่อเสริมระบบการทำงานของภาครัฐ ซึ่ง MUSYA AI ได้พิสูจน์ผลในพื้นที่ต้นแบบแล้ว จึงเป็นจังหวะสำคัญในการส่งต่อเพื่อการขยายผลอย่างต่อเนื่อง” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

นพ.พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จ.อุบลราชธานี เผชิญปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนทั้งโรคไม่ติดต่อ (NCDs) อุบัติเหตุทางถนน รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นที่มีความแตกต่างกันในแต่ละอำเภอ ซึ่งความท้าทายของคนทำงาน คือ ข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนมีอยู่หลายแหล่ง และการนำข้อมูลมาประกอบกัน เพื่อให้เห็นภาพปัญหาของพื้นที่ต้องใช้เวลานาน จากความซับซ้อนของปัญหาสุขภาพและความท้าทายการตัดสินใจด้านนโยบาย จ.อุบลราชธานี จึงนำเอานวัตกรรม MUSYA AI ที่พัฒนาขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ไปใช้ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งผลลัพธ์รูปธรรมที่เกิดขึ้นจริง คือ ระบบช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าใจปัญหาสุขภาพของพื้นที่ สามารถค้นและสังเคราะห์ข้อมูลปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่กระจายตัวอยู่ได้รวดเร็ว รวมถึงช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบข้อเสนอแนะนโยบายที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นแผนงานที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่

ศ.ดร.ระพีพันธ์ ปิตาคะโส หัวหน้าโครงการ MUSYA AI กล่าวว่า MUSYA AI ทำหน้าที่ประมวลข้อมูลสุขภาพที่จัดเก็บอยู่ในระบบหลายรูปแบบ นำกลับมาใช้ประกอบการตัดสินใจนโยบายสุขภาพระดับพื้นที่ ตั้งแต่การค้นหาและวิเคราะห์สถานการณ์ การสรุปข้อมูล ไปจนถึงการจัดทำ Policy Brief แผนปฏิบัติการ และแนวทางดำเนินงาน ปัจจุบันระบบเชื่อมโยงแหล่งข้อมูล 6 แหล่ง มีคลังข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน 112,000 เหตุการณ์ ไฟล์สถิติและเอกสารกว่า 1,000 ไฟล์ ซึ่งหลังจากทดลองใช้ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ได้พัฒนาฐานความรู้เฉพาะเพิ่มขึ้นอีก 533 เอกสาร อีกหนึ่งจุดเด่นของ MUSYA AI คือ หน่วยงานสามารถอัปโหลดข้อมูลหรือเอกสารของตนเองเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ AI วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลที่ระบบมีอยู่ ทำให้คำตอบมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง สำหรับหน่วยงานที่สนใจทดลองใช้นวัตกรรม สามารถประสานงานได้ที่อีเมล rapeepan.p@ubu.ac.th

นายธนสิทธิ์ สนั่นเมือง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ MUSYA AI จัดทำเป็นแผนนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ประจำปี 2570 มีนโยบายสำคัญเกิดขึ้น เช่น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดการข้อมูลสุขภาพ สร้างสรรค์บริการสุขภาพดิจิทัลที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เน้นการพัฒนานวัตกรรมบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ เช่น ขยายบริการการแพทย์ทางไกล เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ทั้งนี้ ขอยืนยันในฐานะผู้ทดลองใช้งาน MUSYA AI ที่พัฒนาขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เป็นเครื่องมือที่สามารถวิเคราะห์เเละจับประเด็นในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


