เดินหน้าผลักดัน “มติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น” สู่ ครม. สร้างทางเลือกสุขภาพดีให้คนไทย
เดินหน้าผลักดัน “มติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น” สู่ ครม. สร้างทางเลือกสุขภาพดีให้คนไทย สสส.-สช.-ภาคีเครือข่าย ดันข้อเสนอสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น CDoH ผนึกพลังรัฐ-วิชาการ-ธุรกิจ-ประชาสังคม ร่วมพิจารณามติ “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” หนุนธุรกิจดูแลสุขภาพผู้บริโภค แรงงาน และชุมชน วางแนวทางนำร่อง เชื่อมการรับรองกับแรงจูงใจ และศึกษาความเป็นไปได้ของการประเมินผลอิสระ มุ่งเศรษฐกิจเติบโตคู่สุขภาวะที่เป็นธรรม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 2569 ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน เป็นประธานการประชุม สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน ต่อเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 หรือ NCDH2026 โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และภาคีจากหลายภาคส่วน ร่วมพิจารณามติ “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” (Health-Promoting Enterprise Ecosystem) เพื่อนำองค์ความรู้และข้อค้นพบจากเวทีวิชาการสู่ทิศทางนโยบายที่สนับสนุนให้ธุรกิจสร้างสุขภาวะควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ กล่าวว่า สุขภาวะของประชาชนเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่ดำรงชีวิตอยู่ทุกวัน ทั้งในฐานะผู้บริโภค ผู้ทำงาน และสมาชิกของชุมชน ภาคธุรกิจจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ การประชุมครั้งนี้มุ่งต่อยอดจากการจัดการปัจจัยเสี่ยงระดับผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสนับสนุนให้วิสาหกิจนำสุขภาวะมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุม 3 ด้าน 1. ผลิตภัณฑ์และบริการ 2. สุขภาวะของแรงงานและสภาพแวดล้อมการทำงาน 3. ชุมชนและห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตต้นน้ำถึงผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้วิสาหกิจทุกขนาด ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ SMEs วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงกิจการนอกระบบ มีส่วนร่วมตามความพร้อม
“หัวใจสำคัญคือทำให้การสร้างสุขภาวะเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจหลัก มีการปฏิบัติที่ทวนสอบได้ และมีแรงจูงใจสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงเสนอให้เริ่มจากวิสาหกิจอาสาสมัคร ใช้กลไกรับรองที่ประเทศมีอยู่ และศึกษาการประเมินผลโดยอิสระ เพื่อให้การยกย่องกิจการตั้งอยู่บนหลักฐาน ประชาชนได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และธุรกิจที่สร้างประโยชน์ต่อสุขภาพมีโอกาสเติบโต ทั้งหมดต้องยึดความโปร่งใส ความรับผิดรับชอบ และการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน” ดร.สัมพันธ์ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การประชุม NCDH 2026 เป็นจุดเชื่อมสำคัญของการทำงานร่วมกับภาคี ในการนำหลักฐานและประสบการณ์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพมาพัฒนาเป็นข้อเสนอนโยบาย ให้ระบบตลาดและการประกอบธุรกิจมีส่วนลดความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกสุขภาพดี โดยร่างมติกำหนดแนวทางขับเคลื่อน 4 ประการ 1. ออกแบบและดำเนินโครงการนำร่องกับวิสาหกิจที่สมัครใจ 2. ศึกษาการเชื่อมโยงการรับรองกับสิทธิประโยชน์และกลไกส่งเสริมที่มีอยู่ 3. ศึกษาความเป็นไปได้ของการประเมินผลอิสระ 4. สื่อสาร ให้ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจ ภาครัฐ และประชาชน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในระดับธุรกิจและสภาพแวดล้อมรอบตัวประชาชน สสส. พร้อมร่วมกับ สช. และภาคีเดินหน้าผลักดันข้อเสนอผ่านมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น เสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ให้เกิดการมอบหมายหน่วยงานและการขับเคลื่อนตามอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน มุ่งให้ธุรกิจเป็นพลังร่วมสร้างสุขภาวะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพคนไทยในระยะยาว
“สสส. จะร่วมกับ สช. และภาคีเชื่อมองค์ความรู้กับการทำงานในพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจ โดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน พร้อมนำบทเรียนจากการปฏิบัติมาพัฒนาข้อเสนอและติดตามความก้าวหน้า เพื่อให้การผลักดันสู่ระดับนโยบายเดินควบคู่กับการลงมือทำ เป้าหมายคือให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสินค้าและบริการที่ดีต่อสุขภาพ แรงงานมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะ และชุมชนได้รับประโยชน์จากการประกอบธุรกิจที่รับผิดชอบ ควบคู่กับการเสริมความรอบรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันการตลาดและคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพที่เกินจริง และให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงคนพิการและกลุ่มเปราะบาง” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการ สช. กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นเป็นกลไกพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม เปิดให้ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาคท้องถิ่น ร่วมอภิปรายและปรับข้อเสนอเพื่อหาฉันทามติ โดยภายหลังการรับรองมติ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันบทบาทและผู้ประสานงาน ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบและมอบหมายหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

