สสส.จับมือภาคีโชว์ความสำเร็จโมเดล”หน่วยจัดการสร้างเสริมสุขภาพ” ผ่านหนังสือ 3 เล่ม
การขับเคลื่อนด้านการทำงานด้านสุขภาวะของคนในชุมชนจะประสบความสำเร็จได้จะต้องได้รับความมือจากทุกภาคส่วนและที่ขาดไม่ได้คือ “หน่วยจัดการ (Nodes)” ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงที่คอยดูแลให้งานสุขภาวะชุมชนขับเคลื่อนไปได้ และเห็นผล
ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคี เปิดตัวหนังสือ “บทเรียนการขับเคลื่อนสุขภาวะผ่านกลไกหน่วยจัดการ จากนวัตกรรมเชิงระบบ สู่ 16 ก้าวเริ่มต้นของชุมชนสร้างสุข” โชว์ความสำเร็จ โมเดล “หน่วยจัดการสร้างเสริมสุขภาพ”
ทั้งนี้ “หน่วยจัดการ (Node)” ทำหน้าที่หนุนเสริมให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการปัญหาสุขภาวะด้วยตนเอง ผ่านการทำงานเชิงระบบ ลดความซ้ำซ้อนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมเป็นโมเดลขยายผลขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะทุกพื้นที่ทั่วไทย

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 6 สสส. กล่าวว่า หนังสือ “นวัตกรรมเชิงระบบ หน่วยจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพระดับชุมชน” หนังสือ “16 ก้าวเริ่มต้น : ชุมชนสร้างสุข” และหนังสือ “เส้นทางสู่ชุมชนน่าอยู่ กับ Commu Together” ที่ สสส. พัฒนาขึ้นครั้งนี้ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์การทำงานของ สสส. ที่มุ่งสร้างระบบและกลไกหน่วยจัดการชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ พร้อมเชื่อมต่อการขับเคลื่อนงานสุขภาวะชุมชนจากภาพใหญ่สู่การปฏิบัติจริง ที่สำคัญ คือการนำเสนอให้ทุกคนได้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นจริงในระดับรากหญ้า ผ่านเสียงสะท้อนของผู้นำชุมชนที่นำระบบและนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะของ สสส. ไปปรับใช้ในพื้นที่ จนสามารถพลิกฟื้นชุมชนให้กลายเป็นชุมชนสุขภาวะดี เปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นพลัง นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะที่จับต้องได้

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสุขภาพนั้น หากมุ่งเน้นการพัฒนางานเชิงประเด็นเพียงอย่างเดียว จะก่อให้เกิดข้อจำกัดในการทำงาน เช่น ต่อยอดไม่ได้ ขยายผลไม่ออก และไม่มีความยั่งยืน ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงระบบ (System based) ควบคู่ไปด้วยเสมอ รวมถึงกลไกหน่วยจัดการ (Nodes) ของ สสส. ถือเป็นนวัตกรรมในการบริหารจัดการระบบการให้ทุนที่เข้ามาช่วยหนุนเสริมคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยในการทำงาน และเมื่อมีหน่วยจัดการที่เข้มแข็งจำนวนมาก สสส.จะมีกลไกการบริหารจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพ และสร้างการร่วมเป็นเจ้าของงานได้อย่างแท้จริง
สำหรับหนังสือทั้ง 3 เล่มได้แก่ หนังสือ “นวัตกรรมเชิงระบบ หน่วยจัดการงานสร้างเสริมสุขภาพระดับชุมชน” หนังสือ “16 ก้าวเริ่มต้น : ชุมชนสร้างสุข” และหนังสือ “เส้นทางสู่ชุมชนน่าอยู่ กับ Commu Together” นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวถึงหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้โดยรวมว่า หัวใจสำคัญของการเปิดตัวหนังสือครั้งนี้ คือ การถอดบทเรียนของการทำงานภายใต้การทำงานเชิงระบบหรือที่เรียกว่า กลไกหน่วยจัดการเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะในระดับชุมชน ซึ่งการมีกลไกระดับพื้นที่จะเป็นการปิดช่องว่างของการทำงานในหลายๆด้าน
ประเด็นแรก เป็นการทำให้เพิ่มการเข้าถึง คือจะทำยังไงให้คนกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย คนที่เขียนโครงการไม่เป็น คนที่ไม่รู้จัก สสส. แต่ว่ามีปัญหาแล้วอยากทำงานสร้างเสริมสุขภาพ แล้วเขาไม่เคยเขียนโครงการเลย สามารถเข้าถึงทุนในการทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพ
ประเด็นที่ 2 ระบบพี่เลี้ยง คือ ในการทำงานในวิถีชุมชนจริงๆ ชุมชนต้องการพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้น การมีกลไกหนุนจัดการ คือการเติมระบบพี่เลี้ยงที่จะช่วยหนุนเสริมการทำงานของชุมชนได้ด้วยว่าตลอดระยะเวลาโครงการ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ ไม่ใช่แค่ให้ทุน เสร็จแล้วก็ปล่อยให้เขาทำแล้วก็ปิดโครงการ สำหรับบทบาทของพี่เลี้ยง คือการทำให้ภาคีเขามีศักยภาพ มีขีดความสามารถในเรื่องของการทำโครงการให้สำเร็จ มีเครื่องมือ มีข้อมูลในการเข้ามาช่วยในการออกแบบการทำงาน แล้วชุมชนติดตามประเมินผลการทำงานได้ด้วยตัวเอง
ประเด็นที่ 3 กระบวนการเรียนรู้ คือ เป็นเรื่องของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การมีกลไกหน่วยจัดการไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม หัวใจสำคัญคือเป็นเรื่องของการสร้างการเรียนรู้ให้กับคนทำงาน นอกจากพัฒนาแกนนำชุมชน พัฒนาการมีส่วนร่วม แต่ทำอย่างไรให้การเรียนรู้ทั้งความสำเร็จและความไม่สำเร็จ ทำให้ชุมชนสามารถปรับปรุง ทบทวน แล้วพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้เรียกว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่บทบาทของหน่วยจัดการสร้างเสริมสุขภาพ

นางเข็มเพชร กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้ส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ของตัวเอง ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การทำงาน 4 มิติ ได้แก่ 1.ขยายโอกาสขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ เชื่อมโยงชุมชนร่วมกำหนดโจทย์แก้ไขปัญหาสุขภาพที่ถูกต้องและแม่นยำ 2.ลดความเหลื่อมล้ำสุขภาพ เน้นสร้างแกนนำชุมชนร่วมจัดการปัญหาสุขภาพที่ยั่งยืน 3.สร้างชุมชนเข้มแข็ง ใช้พลังชุมชนขับเคลื่อนงานสุขภาพร่วมกับกลไกหน่วยจัดการในพื้นที่ 4.สนับสนุนความต่อเนื่องและยั่งยืน ส่งต่อโมเดลการทำงานระดับพื้นที่ สู่การกำหนดนโยบายระดับจังหวัด นำไปสู่การขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม
บทบาทสำคัญของพี่เลี้ยงชุมชน (กลไกหน่วยจัดการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ) มีดังนี้:
เพิ่มโอกาสและการเข้าถึงทุน: ช่วยปิดช่องว่างให้กลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย หรือคนที่เขียนโครงการไม่เป็นและไม่เคยรู้จัก สสส. สามารถเข้าถึงทุนในการทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้
หนุนเสริมและพัฒนาศักยภาพภาคีอย่างต่อเนื่อง: ทำหน้าที่บ่มเพาะและช่วยเหลือตลอดระยะเวลาโครงการ (ไม่ใช่เพียงแค่การให้ทุนแล้วปล่อยทำหรือรอปิดโครงการ) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ภาคีทำงานได้ประสบความสำเร็จ

ที่ผ่านมา สสส. ได้ส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ของตัวเอง ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การทำงาน 4 มิติ ได้แก่ 1.ขยายโอกาสขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ เชื่อมโยงชุมชนร่วมกำหนดโจทย์แก้ไขปัญหาสุขภาพที่ถูกต้องและแม่นยำ 2.ลดความเหลื่อมล้ำสุขภาพ เน้นสร้างแกนนำชุมชนร่วมจัดการปัญหาสุขภาพที่ยั่งยืน 3.สร้างชุมชนเข้มแข็ง ใช้พลังชุมชนขับเคลื่อนงานสุขภาพร่วมกับกลไกหน่วยจัดการในพื้นที่ 4.สนับสนุนความต่อเนื่องและยั่งยืน ส่งต่อโมเดลการทำงานระดับพื้นที่ สู่การกำหนดนโยบายระดับจังหวัด นำไปสู่การขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สสส. ได้ถอดบทเรียนความสำเร็จการทำงานในพื้นที่ จัดทำเป็นหนังสือ 3 เล่ม สรุปแนวคิด รูปแบบ และวิธีการพัฒนากลไก “หน่วยจัดการ (Nodes)” ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเชิงระบบที่ครอบคลุมการแก้ปัญหาสุขภาพตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ 7+1 ของ สสส. เพื่อให้ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านนโยบาย ใช้เป็นคู่มือสร้างแรงบันดาลใจ และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ขับเคลื่อนงานลดความเหลื่อมล้ำและสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยหน่วยจัดการ ทำหน้าที่เป็นข้อต่อสำคัญในการสนับสนุนและเสริมพลังให้ชุมชนขับเคลื่อนงานได้ด้วยตัวเอง มีรูปแบบการทำงานไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น แต่เป็นการเข้าไปปลดล็อกข้อจำกัด ทั้งด้านกลไกการทำงาน นวัตกรรม และองค์ความรู้สุขภาพ นอกจากนี้ หนังสือนำเสนอ 16 กรณีศึกษาความสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบทั่วไทย ที่คนในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการปัญหาสุขภาวะของตนเองอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ opengrant.thaihealth.or.th

