สสส. ผนึก 5 ภาคีรัฐ-เอกชน เปิดตัว “Beat the Pressure” ชู “National Hypertension Dashboard” ยกระดับคัดกรอง-รักษา-ติดตามต่อเนื่อง
สู้ภัยเงียบความดันโลหิตสูง สสส. ผนึก 5 ภาคีรัฐ-เอกชน เปิดตัว “Beat the Pressure” ชู “National Hypertension Dashboard” ยกระดับคัดกรอง-รักษา-ติดตามต่อเนื่อง หลังพบคนไทยกว่า 75% ยังควบคุมความดันไม่ได้ ขณะที่เกือบครึ่งไม่รู้ตัวว่าป่วย เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจ และไตเรื้อรัง มุ่งลดภาระโรค NCDs และความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ร่วมกับกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด แถลงความร่วมมือระดับชาติ “Beat the Pressure: Thailand National Hypertension Alliance” เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ภายใต้แนวคิด Know Your Numbers, Control Your Pressure “รู้ค่าความดัน กินยาทุกวัน คุมทัน ห่างไกลโรค” พร้อมเปิดตัว “National Hypertension Dashboard Program” เพื่อยกระดับการคัดกรอง การเชื่อมต่อการรักษา และการติดตามผู้ป่วยความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการทั่วประเทศ

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันโรคความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งสร้างภาระต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล โดยข้อมูลพบว่า แม้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้าสู่ระบบรักษาแล้ว แต่เกือบ 75% ยังไม่สามารถควบคุมค่าความดันได้ การทำงานเชิงรุกผ่านโครงการ “Beat the Pressure” จึงมุ่งพัฒนาระบบติดตามข้อมูลสุขภาพให้สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่าน “National Hypertension Dashboard Program” ที่ช่วยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกระดับพื้นที่ สามารถวิเคราะห์ช่องว่างในการดูแล และสนับสนุนให้ทีมแพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ เพื่อผลักดันเป้าหมายควบคุมความดันโลหิตของประเทศให้ได้ไม่น้อยกว่า 60% ของผู้ป่วยทั้งหมด

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยมุ่งขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการในเขตสุขภาพกรุงเทพมหานคร เชื่อมโยงศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัดอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการรณรงค์ตรวจสุขภาพเชิงรุก เพื่อค้นหาความเสี่ยงให้เร็วที่สุดก่อนเกิดโรครุนแรง โครงการ “Beat the Pressure” จึงสอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการกระตุ้นให้ประชาชน “รู้ตัว ไม่เพิกเฉย” และเข้าสู่ระบบรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง ผ่านการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและระบบติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ

ศ.เกียรติคุณ นพ.อภิชาต สุคนธสรรพ์ นายกสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความดันโลหิตสูงเป็น “ภัยเงียบ” ที่มักไม่มีสัญญาณเตือน แต่ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย จนนำไปสู่โรคแทรกซ้อนร้ายแรง เป้าหมายสำคัญคือการทำให้คนไทย “รู้ค่าความดัน เข้าสู่การรักษา และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง” เพราะการคัดกรองไม่ควรจบเพียงการวัดตัวเลข แต่ต้องเชื่อมต่อไปสู่ระบบดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ แม้ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการผิดปกติก็ตาม พร้อมเชื่อมั่นว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์และนวัตกรรมด้านสุขภาพ จะช่วยให้การควบคุมความดันโลหิตเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นางสาวนิรมล ราศี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคอ้วน โดยข้อมูลการสำรวจสุขภาพคนไทยด้วยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 ปี 2567-2568 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยโรคความดันโลหิตสูงถึง 29.5% หรือประมาณ 17.5 ล้านคน การส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่าง “เดิน-วิ่ง” จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างวิถีชีวิตสุขภาพดี เพราะเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่าย เหมาะกับทุกวัย และช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาตระหนักรู้เรื่องสุขภาพของตนเองมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ “Beat the Pressure” ที่ต้องการให้คนไทย “รู้ค่าความดัน ป้องกันความเสี่ยง” และเข้าสู่การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรังในระยะยาว

ภญ.เพชรชมพู ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ด้านชีวเภสัชภัณฑ์ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้าเชื่อมั่นในพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้านโรค NCDs อย่างเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้สนับสนุนการพัฒนาระบบติดตามโรคไตเรื้อรังผ่าน CKD Dashboard และพร้อมนำประสบการณ์มาต่อยอดสู่ระบบติดตามผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพื่อช่วยลดภาระโรค NCDs และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

