May 7, 2026
Latest:
ในประเทศ

สสส. ผนึกกำลัง 18 มหาวิทยาลัย ปลุกแคมเปญ ‘Gen Z โนสน เยาวชน No L’ สร้างค่านิยมไม่ดื่มสู่กระแสหลัก สอดคล้องเทรนด์โลก  

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 พ.ค. 2569 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จัดเวทีสรุปผลลัพธ์และบทเรียนสู่การขับเคลื่อนแคมเปญ Gen Z No สน เยาวชน No L : 2025 ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลเพื่อวิทยาการสุขภาพมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีมหาวิทยาลัยในเครือข่าย 18 มหาวิทยาลัย เข้าร่วม

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า กระแสการดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลงของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากยิ่งขึ้น “การไม่ดื่ม” กลายเป็นค่านิยมที่เป็นกระแสหลักมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับกระแสการออกกำลังกาย การพัฒนาตนเอง เช่น กระแสการวิ่ง การเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี รวมถึงการแข่งขันศักยภาพของร่างกายที่จัดโดยภาคเอกชน ที่มีดารา อินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สถิติจากประเทศรายได้สูงหลายประเทศ พบว่า การลดลงของการดื่มแอลกอฮอล์เริ่มต้นในช่วง ปี ค.ศ. 2000 เช่น สหรัฐฯ มีสัดส่วนการดื่มของเยาวชนลดลงถึง 40.4% (ปี ค.ศ. 1999-2017) เยอรมันลดลง 30.4% (ปี ค.ศ. 2001-2014) ไอซ์แลนด์ลดลง 83.9% (ปี ค.ศ. 1995-2015) ส่วนไทย นักดื่มอายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน จาก 13-15% ในปี พ.ศ. 2547-2557 ลดเหลือ 9-10% ในปี พ.ศ. 2564-2567

“สสส. ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่ายที่ทำงานกับคนรุ่นใหม่ โดยใช้ยุทธศาสตร์บูรณาการงานด้านวิชาการ การรณรงค์ และการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อเสริมพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เกิดค่านิยมการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน ทำให้การที่เยาวชนเลือกไม่ดื่มกลายเป็นกระแสเชิงบวกและเป็นค่านิยมกระแสหลัก สอดรับกับกระแสคนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่ลดการดื่มลง โดยใช้ฐานจากเยาวชนทั้งที่อยู่ในสถานศึกษา รวมถึงเยาวชนที่อยู่นอกระบบด้วย เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นใหม่” นายวิเชษฐ์กล่าว

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในฐานะผู้จัดการเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์มุ่งเน้นส่งเสริมการรู้เท่าทันกลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเป็นการติดอาวุธให้กับคนรุ่นใหม่ โดยยังคงเคารพในหลักสิทธิเสรีภาพที่คนรุ่นใหม่สามารถเลือกทางเลือกที่คิดว่าดีที่สุด ภายใต้ความเข้าใจเบื้องหลังแคมเปญการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ เช่น การดื่มอย่างรับผิดชอบ (responsible drinking) ซึ่งธุรกิจแอลกอฮอล์ข้ามชาติใช้เป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมภาพลักษณ์ (CSR) ของธุรกิจ ทั้งนี้ มีการศึกษาวิจัยพบว่า แคมเปญดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการลดการบริโภค และไม่ช่วยลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์ แต่กลับส่งผลให้ดื่มเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนที่รับรู้แคมเปญ ขณะที่ธุรกิจแอลกอฮอล์กลับคัดค้านมาตรการที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิผลในการลดปัญหาแอลกอฮอล์ได้จริง เช่น การจำกัดเวลาและสถานที่จำหน่าย การจำกัดกิจกรรมโฆษณาและการตลาด

“การทำงานของเครือข่ายฯ เน้นหลักการให้กลุ่มเยาวชน ออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของมหาวิทยาลัยได้ด้วยตนเอง จึงเกิดความหลากหลายของกิจกรรม ในปีการศึกษา 2568 มหาวิทยาลัยในเครือข่ายทั้ง 18 แห่ง ได้จัดกิจกรรมทั้งสิ้น 95 กิจกรรม มีผู้เข้าร่วม 25,227 คน และเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ของกิจกรรม 2.25 ล้านครั้ง ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้คัดเลือกมหาวิทยาลัยที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น ดังนี้ มหาวิทยาลัยพะเยา (ชนะเลิศ)มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (รองชนะเลิศอันดับ 1)มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี (รองชนะเลิศอันดับ 2) มหาวิทยาลัยศรีปทุม (รองชนะเลิศอันดับ 3) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รองชนะเลิศอันดับ 4)” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

นายจักร์พันธ์ เสมอวงศ์ติ๊บ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยมุ่งส่งเสริมการลดและงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้นิสิตหันมาดูแลสุขภาพ เห็นถึงผลดีของการเปลี่ยนแปลง และช่วยสร้างความตระหนักให้สังคมรอบข้างเข้าใจผลกระทบของแอลกอฮอล์มากขึ้น โดยมหาวิทยาลัยได้ออกแบบการดำเนินงานให้เข้าถึงนิสิตได้ง่าย ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์ เช่น บูธให้ความรู้ เกมตอบคำถาม เวทีเสวนา และการประกวดดนตรี ควบคู่กับการขับเคลื่อนโดยเครือข่ายแกนนำนิสิต อาทิ หน่วยสารวัตรนิสิต องค์การนิสิต และชมรม TO BE NUMBER ONE ในลักษณะเพื่อนดูแลเพื่อน ส่งผลให้นิสิตหันมาทำกิจกรรมเชิงบวกแทนการดื่มมากขึ้น สอดคล้องกับผลการประเมินผ่านระบบ iService ของกองกิจการนิสิต ที่พบว่านิสิตมีความเข้าใจถึงโทษของแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มลดการดื่ม และมีความพึงพอใจต่อแคมเปญในระดับมากถึงมากที่สุด 90%

นางสาวธนพรรณญพร ทองขาว ประธานสารวัตรนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้จากแรงบันดาลใจที่ได้เห็นเพื่อนและคนในครอบครัวได้รับผลกระทบจากการดื่ม ทั้งด้านสุขภาพ การเรียน และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน จึงอยากมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศที่ดีในมหาวิทยาลัย ซึ่งการเป็นแกนนำจะช่วยส่งต่อแนวคิดที่เป็นประโยชน์สู่เพื่อนนักศึกษาได้มากขึ้น ทีมแกนนำได้จัดกิจกรรมรณรงค์ที่หลากหลาย ทั้งการประกวด การผลิตสื่อ การจัดบูธให้ความรู้ และกิจกรรมเชิงมีส่วนร่วม เช่น เกมและเวิร์กช็อป ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างการรับรู้แล้ว ยังส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การวางแผน และการสื่อสาร รวมทั้งส่งผลให้นักศึกษาส่วนใหญ่ตอบรับในเชิงบวก เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างชัดเจน เช่น การดื่มที่ลดลงในบางกลุ่ม และเริ่มมีการปรับรูปแบบกิจกรรมไปสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการรณรงค์เริ่มเกิดผล และหากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะมีแนวโน้มที่จะสามารถลดการดื่มในมหาวิทยาลัยได้