TCMA ร่วมประกาศหมุดหมายสำคัญระดับชาติ นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ สู่เป้าหมาย Net Zero 2050
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของประเทศ ขับเคลื่อน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” พร้อมเร่งผลักดันเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนสีเขียว เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดร. ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า “National Milestone” วันนี้ สะท้อนพลังความร่วมมือ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยมีองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นแกนหลัก ร่วมกับ TCMA และหน่วยงานภาครัฐไทย โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา ผ่านกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ECCC) วงเงิน 8 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
TCMA ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม พร้อมผลักดัน “Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap” สู่การปฏิบัติจริง ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมาย NDC 3.0 ของประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนสีเขียว และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

“การลดคาร์บอนไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ ครอบคลุมทั้งนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero ตามเป้าหมาย” ดร.ชนะ กล่าว
อีกหนึ่งความก้าวหน้าสำคัญในเชิงเทคโนโลยี คือ การเตรียมนำเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนแบบเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit: MCCU) จาก CETRI ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการใช้งานในสภาพการผลิตจริง เข้ามาทดลองใช้ในระดับนำร่อง โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายนนี้ และจะหมุนเวียนติดตั้งในโรงงานของผู้ผลิตปูนซีเมนต์สมาชิก TCMA ในพื้นที่ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในบริบทการดำเนินงานที่หลากหลาย และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

“การนำเทคโนโลยี MCCU เข้ามาทดลองใช้ในประเทศไทย สะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง ช่วยเร่งการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ พร้อมยืนยันประสิทธิภาพของเทคโนโลยี เสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคนิคภายในประเทศ และลดความเสี่ยงในการลงทุน และจะเป็นรากฐานสำคัญในการขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมในอนาคต” ดร.ชนะ กล่าว
ในมิติการลงทุน การพัฒนาโครงการที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมาตรฐาน ยังช่วยเสริม ความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพิ่มศักยภาพในการดึงดูดเงินลงทุนสีเขียว (Green Investment) และขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero

TCMA ยังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “พลังความร่วมมือ” โดยเร่งนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาใช้ในภาคการผลิตอย่างเป็นระบบ ทั้งนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เช่น Calcined Clay Cement (LC3) เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนระยะยาว และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
ในระดับภูมิภาค TCMA ยังขยายบทบาทผ่านประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) โดยเชื่อมโยงความร่วมมือและผลักดัน AFCM Decarbonization Roadmap ใช้เป็นกรอบทิศทางร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียน พร้อมยกระดับเทคโนโลยี มาตรฐาน และความสามารถการแข่งขันของทั้งภูมิภาค

“TCMA ในฐานะประธาน AFCM มุ่งผลักดันให้อาเซียนก้าวสู่การเป็นภูมิภาคคาร์บอนต่ำ โดยใช้ความร่วมมือเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับอุตสาหกรรมให้เติบโตไปพร้อมกัน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค” ดร.ชนะ กล่าว

ทั้งนี้ TCMA ยืนยันเดินหน้าผนึกพลังความร่วมมือ พร้อมเปิดรับการสนับสนุนจากนานาชาติทั้งด้านเทคโนโลยีและเงินทุน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

