เปิดมุมคิดทีมเขียนบทและผู้กำกับ “Return to Reset” เมื่อเรื่องสูงวัยถูกเล่าผ่านภาษาภาพยนตร์
“เมื่อความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการเริ่มต้นใหม่”
“Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่)ได้?

ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างเต็มรูปแบบ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เราจะใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างไรให้มีความสุข?” และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการ “Happy Me” ที่รวมพลังของนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขา ทั้งนักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ ทีมที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ ทีมนักเขียน และมี “ผู้กำกับละครสั้น” คนสำคัญอยู่เบื้องหลังความประทับใจและความหมายลึกซึ้งในแต่ละตอน

วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว หัวหน้าโครงการ เพื่อถอดรหัสว่า “ความสุข” ในมุมมองของเขาคืออะไร และอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผลงานชุดนี้เข้าถึงหัวใจผู้ชม
จุดเริ่มต้นของ Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้
“เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือการสื่อสารแนวคิด สูงวัยเชิงรุก Active aging Policy Approach ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการเตรียมพร้อมประชากรทั่วโลกให้พร้อมใช้ชีวิตในยุคสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องวิชาการกลายเป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ เราจึงตั้งโจทย์กับทีมงานทั้งทีมเขียนบท และผู้กำกับว่า อยากเล่าเรื่องที่เล่นกับเวลา เพราะอายุของคนเราที่เพิ่มขึ้น ก็เหมือนกับนาฬิกาชีวิตที่เดินถอยหลัง เหมือนสายน้ำที่ไหลไปไม่ย้อนกลับ เลยอยากให้ตัวละครเป็นตัวแทนของชีวิตที่ดำเนินไปแล้ว เกิดอยากจะเปลี่ยนตัวเอง อยากกลับไปค้นหาความสุขในชีวิต โดยกำหนดตัวละครหลักชื่อ “เนรัญชรา” ชื่อเดียวกับชื่อแม่น้ำในประเทศอินเดียครั้งพุทธกาล หมายถึง แม่น้ำที่ใสสะอาด การทำในใจ, ใส่ใจ, พิจารณา แม่น้ำเนรัญชรา คือ สายน้ำที่พระพุทธเจ้าตั้งจิต อธิษฐานว่าจะตรัสรู้ได้อย่างไร และสายน้ำนั้นนำทางพระองค์ไปตรัสรู้ธรรมที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ แม่น้ำเนรัญชราในความจริงเต็มไปด้วยผืนทราย กอหญ้า ขวากหนาม น้ำไม่ได้ใสเย็นไหลรินตลอดปี สะท้อนถึงเป้าหมายและชีวิตจริงว่า เราอาจต้องผ่านชีวิตที่ลำบาก อุปสรรคขวากหนาม และการเตรียมพร้อมชีวิต เพื่อความสุขแท้จริงอันเป็นนิรันดร์ที่รออยู่ข้างหน้าได้

เนรัญชรา จึงเป็นตัวแทนของการสื่อถึงความหมายของตัวละครในการเล่นคำว่า นิรันดร์ ชรา คือ การแก่เฒ่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเสมอ ไม่มีผู้ใดหลีกหนีความแก่ชราได้ ส่วนความหมายตามคำ ที่แปลว่าใจที่ใสสะอาดนั้น คือ แนวคิดหลักของเรื่องที่หมายถึงใจที่เป็นสุข จากตัวละคร จะพบว่า ไม่ว่าใช้ชีวิตในหนทางใด ท้ายที่สุดแล้ว ใจที่เป็นสุข สงบเท่านั้น จะทำให้ชีวิตมีความสุขในทุกช่วงวัย แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตของชีวิต คือ ตัวเราที่มีความสุข Happy Me ทุกเรื่องราวที่ดำเนินไป จะมุ่งไปสู่คำตอบของการมีชีวิตที่มีความสุขนั้น อยู่ที่ตัวของเราเท่านั้น เพราะในชีวิตของมนุษย์ทุกคนไม่มีใครหลีกหนีการเกิดแก่เจ็บตาย และสามารถชีวิตโดยปราศจากทุกข์ได้ และการมีความสุขที่แท้จริง คือ การมีความสามารถใช้ชีวิตและพึ่งตนเอง และเน้นชีวิตที่มีความสุขในวัยชรา ด้วยแนวคิดสูงวัยเชิงรุก คือ การมีความสุขภาพกายและจิตที่ดี มีความมั่นคงในความสัมพันธ์ การเงิน ที่อยู่อาศัย และการมีส่วนร่วมในสังคม โดยเป้าหมายของภาพยนตร์จะไม่แยกผู้สูงอายุให้อยู่ลำพัง แต่จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าแม้ตัวเองอยู่ลำพัง แต่ยังสามารถมีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างไร เพราะตามทฤษฎีและงานวิจัยนั้น การที่ผู้สูงอายุเริ่มแยกตัวเอง อยู่คนเดียว หรือแม้กระทั่งในวัยทำงาน วัยเด็ก ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วยทางจิตได้ เมื่อทุกคนสามารถมีความสุขได้ ก็จะแบ่งปันความสุขนั้นไปสู่สังคมได้
เมื่อกำหนดพล๊อตของตัวละครหลักได้แล้ว จากนั้น ทีมนักเขียน คือ คุณปราณปริยา กำจัดภัย ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ซึ่งเป็นนักเขียนหลักและคุณศดานันท์ สมอัจฉริยกุล นักเขียนรอง ได้ช่วยกันออกแบบเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เดินทางย้อนอดีตกลับไปเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต เหมือนกับว่า…ถ้าเราได้โอกาสอีกครั้ง เราจะเลือกมีความสุขยังไง?” โดยเลือกให้ดอกลำดวน เป็นสัญลักษณ์ของการย้อนเวลา

ย้อนเวลาเพื่อค้นหาความสุขแท้จริง
ภาพยนตร์ “Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้” ดำเนินเรื่องผ่าน 3 ช่วงชีวิต โดยมีตัวละครหลักได้โอกาส “ย้อนเวลา” กลับไปเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ – ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนอดีต แต่เพื่อเข้าใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างแท้จริง “มันไม่ใช่ละครแฟนตาซีที่พาย้อนอดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาด แต่มันคือการย้อนกลับไปเข้าใจว่า ความสุขที่เราตามหาทั้งชีวิต จริง ๆ แล้ว…อาจอยู่กับเราเสมอ เพียงแต่เรามองข้ามมันไป”
“สูงวัยเชิงรุก” ในแบบของคนทำภาพยนตร์
ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณตฤณริช หนองหิน เล่าว่า “ผมมองว่า สูงวัยเชิงรุก ไม่ได้แปลว่าต้องลุกขึ้นมาเต้นแอโรบิกหรือทำกิจกรรมอะไรทุกวัน มันเริ่มจากการ ‘ไม่ละเลยหัวใจตัวเอง’ เช่น เลือกที่จะกินดี นอนดี เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง แต่อย่าลืมดูแล ‘ความคิด’ และ ‘ความสัมพันธ์’ กับคนรอบข้างด้วย”
เขาเสริมว่า ตัวละครในละครสั้นทุกคนคือ “ตัวแทนของพวกเรา” ที่ต้องผ่านทั้งความล้มเหลว ความฝันที่พังทลาย และการกลับมารักตัวเองอีกครั้งในตอนที่หลายคนคิดว่า “สายเกินไป”
เบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
“ทีมงานต้องทำงานหนักพอสมควรครับ เพราะละครแต่ละตอนไม่ใช่แค่ถ่ายทำให้สวย แต่เราต้องใส่ใจอารมณ์ และความหมายทุกฉาก เราใช้เวลาเกือบ 6 เดือนในการพัฒนาบท จนได้ละครที่เราเชื่อว่าคนดูจะได้ทั้งความบันเทิง น้ำตา และแรงบันดาลใจ” ซึ่งหัวหน้าโครงการย้ำกับทีมถ่ายทำว่า ทุกบททุกตอน เมื่อดูจนจบแล้ว อยากให้คนที่นั่งดูรู้สึกรักตัวเองให้มากขึ้น และหันไปกอดคนที่เรารักได้เร็วขึ้น
ฝากถึงคนดู
ก่อนจบบทสนทนา ทีมโครงการทิ้งท้ายว่า…
“ความสุขไม่ใช่ปลายทาง แต่มันเริ่มได้ตรงที่คุณยอมรับตัวเองและพร้อมใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อคุณมีความสุข คนรอบตัวก็จะสัมผัสได้เช่นกัน”
“Return to Reset เมื่อชีวิตย้อนกลับไป (ไม่) ได้”
พร้อมแล้วให้คุณร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวของคนที่ไม่ยอมแพ้ต่อเวลา
และค้นพบว่า “ชีวิตดีได้เสมอ…ถ้าเราเริ่มต้นใหม่กับตัวเอง”
ติดตามภาพยนตร์และเบื้องหลังได้ที่

