สสส.-สสย.-เทศบาลนครหาดใหญ่ ผนึกกำลังภาคี 40 องค์กร จัดเทศกาลสัปดาห์เท่าทันสื่อ “MIDL WEEK 2026”
สสส.-สสย.-เทศบาลนครหาดใหญ่ ผนึกกำลังภาคี 40 องค์กร จัดเทศกาลสัปดาห์เท่าทันสื่อ “MIDL WEEK 2026” 24-25 ต.ค. 69 นี้ เดินหน้าพลิกบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ สู่การปลุกพลังภาครัฐ-เอกชน-ประชาสังคม-ท้องถิ่น ร่วมออกแบบ “ระบบสื่อสารเมือง” รับมือวิกฤตภัยพิบัติทุกรูปแบบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 2569 ที่ศูนย์การค้าลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) เทศบาลนครหาดใหญ่ และภาคีเครือข่าย 40 องค์กร จัดงาน เทศกาลสัปดาห์เท่าทันสื่อ (MIDL Week 2026) ภายใต้แนวคิด “พลังพลเมืองเท่าทันสื่อ ร่วมสื่อสารเมืองในภาวะวิกฤต” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ และองค์กรทุกภาคส่วนร่วมออกแบบระบบสื่อสารเมือง จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติในการรับมือวิกฤตระดับพื้นที่ พร้อมสร้างทักษะรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (MIDL) ให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะการสื่อสารที่ตอบสนองต่อภัยหลากหลายรูปแบบได้อย่างทันสถานการณ์

นางมัทนา ถนอมพันธุ์ หอมลออ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับภาวะมหาวิกฤตหลายรูปแบบทั้งที่เกิดจากฝีมือมนุษย์และธรรมชาติ การสื่อสารจึงมีความสำคัญ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงการส่งต่อข้อมูล แต่เป็นกลไกลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัย ช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติครอบคลุม 3 ระดับ 1.ระดับบุคคล มุ่งพัฒนาทักษะชีวิตและการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถสะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ได้อย่างมีสติ 2.ระดับเครือข่าย มุ่งสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาวะ และร่วมสร้างกลไกความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่น รวมทั้งการส่งต่อข้อมูลและประสานความช่วยเหลือประชาชน 3.ระดับกลไกและนโยบาย มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลและปัญหาจากพื้นที่สู่กลไกภาครัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อบูรณาการการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

“งาน MIDL Week 2026 เป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งเคยเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมได้กลับมาทบทวนบทเรียนและร่วมตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสาร ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน และฟื้นคืนความหวังให้กับสังคม การสื่อสารที่ดีไม่เพียงช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ยังช่วยให้ผู้คนมองเห็นศักยภาพของตนเองและชุมชน ที่สำคัญ คือการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและสังคมที่พร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต เพราะคนรุ่นใหม่มีพลัง มีทักษะการใช้เทคโนโลยี และมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับสังคมไทย” นางมัทนา กล่าว

นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา ปัญหาที่ซ้ำเติมให้รุนแรงขึ้น คือวิกฤตข้อมูลข่าวสาร ซึ่งข้อมูลจากหลายแหล่งมีความขัดแย้งกัน ข่าวลวงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำเสนอข่าวที่มุ่งเน้นประเด็นดราม่า จนสร้างให้เกิดความตื่นตระหนก กระตุ้นความรุนแรง และความเกลียดชัง มากกว่าการช่วยให้สังคมเข้าใจสถานการณ์และร่วมกันแก้ไขปัญหา บทเรียนที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องนำมาต่อยอดเป็นแนวทางพัฒนาระบบนิเวศการสื่อสารที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันออกแบบกลไกการสื่อสารที่ทำงานได้จริง ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม แจ้งเตือนภัย การจัดการ และตรวจสอบข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูผู้คนและชุมชนหลังวิกฤต
“การจัดงาน MIDL Week 2026 มีความสอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ที่ชูทักษะเท่าทันสื่อ สารสนเทศและดิจิทัล (Media, Information, and Digital Literacy : MIDL) เป็นสมรรถนะพื้นฐานในการสร้างความยืดหยุ่นรับมือวิกฤต โดยงานครั้งนี้มีหมุดหมายสำคัญ คือการยกระดับให้ประชาชนมีทักษะเท่าทันสื่อฯ สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสื่อสารหรือส่งต่อข้อมูลอย่างมี

ความรับผิดชอบ เพราะประชาชนไม่ควรเป็นเพียงผู้รับข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่ควรมีบทบาทในการร่วมเฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูลจากพื้นที่ ทั้งนี้ งาน MIDL Week 2026 อ.หาดใหญ่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 ต.ค. 2569 มีกิจกรรมน่าสนใจ เช่น Workshop ‘วัยเก๋า เท่าทันสื่อ’ นิทรรศการ ‘LIFELINE ALERT พร้อมก่อนวิกฤต’
วงเสวนา ‘อ่าน-เขียน-เรียนรู้ ฟื้นใจ ฟื้นเมือง’ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน Child and Youth Media Institute’” นางสาวเข็มพร กล่าว

นายชาคริต โภชะเรือง ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนสงขลา กล่าวว่า การออกแบบระบบสื่อสารเมืองจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ 2 ระบบ 1.ระบบสื่อสารที่ทำงานโดยตรงกับประชาชนในระดับพื้นที่ ปัจจุบัน อ.หาดใหญ่ มี “หาดใหญ่โมเดล พลัส” ซึ่งจัดตั้งคณะทำงานในระดับชุมชน เพื่อประสานและส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม 2.ระบบสื่อสารกลางของเมือง ปัจจุบันมีเว็บไซต์ “Hatyai City Climate” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศของเมือง ทั้งนี้ เป้าหมายต่อไปมูลนิธิฯ จะร่วมกับ สสย. สสส. และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบที่ให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลหรือรายงานสถานการณ์จากพื้นที่เข้ามาเพื่อร่วมตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงได้มากขึ้น เป็นการสร้างกลไกที่เชื่อมโยงทุกฝ่ายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมสร้างให้เมืองมีระบบสื่อสารที่สามารถพึ่งพาได้และมีประสิทธิภาพ

นายอภิศักดิ์ ทัศนี ตัวแทนเยาวชน กล่าวว่า คนรุ่นใหม่มีพลังในการสื่อสาร มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะนำมาใช้คลี่คลายสถานการณ์วิกฤต เช่น กรณีน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางล่าสุด คนรุ่นใหม่ได้ใช้ AI มาช่วยรวบรวมข้อมูลน้ำและสื่อสารต่อสังคม ทำให้คนรับรู้และเข้าถึงการช่วยเหลือได้มากขึ้น หรือในกรณีที่เยาวชนรวมพลังกันออกมาช่วยทำให้ชุมชนฟื้นตัวจากวิกฤตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความจำเป็นและเป็นโจทย์การทำงานที่สำคัญของภาครัฐและทุกภาคส่วน ที่ต้องสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทำเรื่องราวเหล่านี้มากกว่าแค่เฉพาะช่วงที่เหตุการณ์วิกฤตเพียงอย่างเดียว

