รัฐสภา-สสส. จัดเวทีสรุปบทเรียน “รัฐสภาองค์กรสุขภาวะ” โชว์ผลลัพธ์สุขภาพข้าราชการ-พนักงาน
รัฐสภา-สสส. จัดเวทีสรุปบทเรียน “รัฐสภาองค์กรสุขภาวะ” โชว์ผลลัพธ์สุขภาพข้าราชการ-พนักงานดีขึ้น 80.2% สุขภาพใจดีขึ้น 82.09% “โสภณ” ปลื้ม แนวคิด “Happy Workplace” ของ สสส. ช่วยคนทำงานสุขภาพดีทั้งกาย-ใจ ประกาศชวนหน่วยงานรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ใช้โมเดล “รัฐสภาองค์กรสุขภาวะ” สร้างสภาพแวดล้อมเอื้อให้คนทำงานไทยมีคุณภาพชีวิตดี ร่วมขับเคลื่อนประเทศอย่างเข้มแข็ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และภาคีเครือข่าย จัดงาน “เวทีสรุปบทเรียนและสานพลังสู่รัฐสภาองค์กรสุขภาวะ” ภายใต้โครงการรัฐสภาร่วมใจรวมพลังสร้างสุขฯ เพื่อนำเสนอความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะ ด้วยแนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) พร้อมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สู่การเป็นองค์กรสุขภาวะอย่างยั่งยืนของไทย

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐสภาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของข้าราชการและพนักงานทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานและบริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ โดยการทำงานสร้างเสริมสุขภาพได้นำเอาแนวคิด Happy Workplace ของ สสส. มาพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมกระบวนการสร้างสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องได้สร้างผลลัพธ์สุขภาวะที่ดี 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ ปัญญา และสังคม สอดคล้องกับผลสำรวจดัชนีสุขภาวะโดยรวม (Healthy Parliament Index) ในข้าราชการและพนักงานรัฐสภา 2,800 คน ภายใต้กรอบแนวคิดความสุข 8 ประการ (Happy 8) ของ สสส. พบว่าคนทำงานมีดัชนีสุขภาวะที่ดี เพิ่มขึ้นจาก 72.5% ในปี 2566 เป็น 80.2% ในปี 2568 ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า แนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะของรัฐสภา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะคนวัยทำงานได้จริง ทั้งมิติพฤติกรรมสุขภาพ ความสัมพันธ์ทางสังคม และการเรียนรู้ของบุคลากร
“สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะร่วมกับ สสส. เดินหน้าขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้แนวคิด ‘สุขกาย สบายใจ ไร้หนี้ ชีวีมีสุข’ เจตนารมณ์นี้ จะเป็นพลังที่สำคัญของผู้บริหาร บุคลากร และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจดูแลสุขภาพกายและจิตใจ สร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน เพื่อให้บุคลากรทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีคุณค่า” นายโสภณ กล่าว

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีหมุดหมายที่สำคัญ คือ การเผยแพร่ “โมเดลต้นแบบการเป็นรัฐสภาองค์กรสุขภาวะ” เพื่อให้หน่วยงานที่สนใจขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพใช้เป็นกรอบแนวคิดกำหนดมาตรการและนโยบายสุขภาพที่เหมาะสมกับองค์กร หัวใจสำคัญของโมเดลต้นแบบฯ คือ การเชื่อมโยงคน กลไก ระบบ และสภาพแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างมีเอกภาพ โดยรูปแบบการทำงานจะมุ่งส่งเสริมกระบวนการทำงานแบบวงจรการเรียนรู้ต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์ กำหนดเป้าหมายร่วม ออกแบบการดำเนินงาน ขับเคลื่อนผ่านเครือข่าย ตลอดจนการติดตามผลลัพธ์และถอดบทเรียน เพื่อนำไปสู่การขยายผลอย่างยั่งยืน

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สสส. ได้สานพลังกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะดีอย่างเข้มแข็ง โดย สสส. สนับสนุนการทำงานเชิงระบบ (System Facilitator) ที่มุ่งเน้นการพัฒนากลไกที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดผลลัพธ์การทำงานที่สำคัญ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ปี 2560-2562 ได้ปรับรูปแบบการดูแลสุขภาพ จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแบบครั้งคราว ไปสู่การบูรณาการเรื่องสุขภาพเข้ากับการบริหารจัดการองค์กร เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานสุขภาพอย่างจริงจัง พร้อมออกนโยบายและมาตรการดูแลสุขภาพคนทำงานครอบคลุม 4 มิติ ระยะที่ 2 ปี 2563-2566 ส่งเสริมการทำงานด้านสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลสุขภาพ พัฒนาให้เกิดระบบเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ พัฒนา Line OA Parliament Health เพื่อใช้บันทึกข้อมูลและวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว เกิดกลไกลคณะทำงานในระดับนโยบาย และมีแผนเสริมสร้างความผาสุกและความผูกพัน (แผน 5 ปี 2566-2570) ซึ่งรัฐสภาได้นำไปใช้ในการดูแลสุขภาพคนทำงานอย่างเป็นระบบ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า ระยะที่ 3 ปี 2567-2569 ขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จด้านผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพ จากการประเมินผลผลลัพธ์ทางสุขภาพ (Health Outcome Management) ปี 2568 พบว่า บุคลากรรัฐสภามีความผิดปกติของดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลงเหลือ 60.50% ในปี 2568 จาก 67.50% ในปี 2566 ภาวะไขมันในเลือดสูงลดลงเหลือ 62.80% ในปี 2568 จาก 71.10% ในปี 2566 ในมิติสุขภาพจิต จากการประเมิน Mental Health Check-In บุคลากรรัฐสภา 1,399 คน พบบุคลากรมีความสุขในการทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 82.09% ในปี 2568 จาก 71.28% ในปี 2566 นอกจากนี้ จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยังได้พัฒนาให้เกิดนักสร้างสุของค์กร 53 คน และผู้นำสุขภาวะระดับวิทยากร 25 คน เพื่อเป็นแกนนำร่วมเปลี่ยนผ่านรัฐสภาให้กลายเป็นองค์กรต้นแบบสุขภาวะดีที่ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพอย่าง Healthy Canteen และ Healthy Meeting อีกด้วย

“สสส. พร้อมส่งต่อ Model และขยายผล โดยจะนำบทเรียนจากการพัฒนารัฐสภาสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี มาถอดเป็นองค์ความรู้และโมเดลที่สามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรอื่นตามบริบทของตนเอง โดยมุ่งเน้นการพัฒนากลไก ระบบข้อมูล การสร้างผู้นำสุขภาวะ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการติดตามผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนจากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเป็นครั้งคราว สู่การบริหารจัดการสุขภาวะเชิงระบบ ทั้งนี้ สสส. จะสนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือและองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสุขภาวะ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรต้นแบบกับหน่วยงานที่สนใจ เพื่อให้เกิดการนำโมเดลไปปรับใช้และขยายผลในวงกว้างอย่างเหมาะสมและยั่งยืน รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

