กรมสุขภาพจิต จับมือ สสส. ภาคีเครือข่ายแรงงานเดินหน้าสร้างสุขให้คนทำงาน
ชีวิตของคนวัยทำงานที่ต้องแบกรับบทบาทหน้าที่หลาย ทั้งบทของเดอะแบกของครอบครัว หน้าที่ของลูกหรือพ่อแม่ ลูกน้อง หรือหัวหน้า บทบาทที่ได้รับเหล่านี้ได้สร้างความเครียดให้กับคนวัยทำงานทั้งแบบที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อกายและจิตใจ ก่อให้เกิดภาวะหมดไฟ ซึมเศร้า วิตกกังวลในบางคนที่ไม่สามารถหาทางออกให้กับตนเองได้อาจเลือกให้วิธีจบชีวิตตัวเองแทน
จะดีหรือไม่ถ้าที่ทำงานจะเป็นที่สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้กับคนวัยทำงานได้ ที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีเครือข่ายเดินหน้าขับเคลื่อน “Holistic Health Advisor : HHA” เพื่อสร้างพลังเครือข่ายดูแลสุขภาวะจิตคนวัยทำงาน เพื่อให้ที่ทำงานก้าวสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะที่ดูแลครบทุกมิติทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจและสุขภาพการเงิน
HHA คืออะไร
Holistic Health Advisor : HHA คือ ที่ปรึกษาสุขภาพองค์รวม” (HHA) เป็นกลไกหลักสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้พนักงานโดยมีหลักกสูตรการอบรมที่เป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health Advisor : HHA) ภายใต้แนวคิด “Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations” “เชื่อมพลังคน สร้างสุขภาวะ ขับเคลื่อนองค์กรแห่งอนาคต” โดยมีผู้บริหาร บุคลากรกรมสุขภาพจิต เครือข่ายสถานประกอบการ องค์กรและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิตเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยให้คำปรึกษาเบื้องต้นครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ และการเงิน พร้อมคัดกรอง และเชื่อมโยงผู้มีปัญหาเข้าสู่ระบบช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยมีกรอบทำงานตั้งแต่ปี 2566-2570

นางภัทรานิษฐ์ ทองตันไตรย์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 และผู้จัดการโครงการ กล่าววว่า HHA นอกจากจะให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกาย ใจ และการเงิน ยังสามารถไปขับเคลื่อนดูแลด้านสุขภาพขององค์กรได้ ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับของสถานประกอบการดีมากได้ส่ง HR เข้ามาพัฒนาศักยภาพจนได้เป็น HHA ที่เข้ามาดูแลทั้งสุขภาพจิต กาย และเงิน และสุขภาวะของคนในองค์กรได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนในองค์กรได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารองค์กร ซึ่ง HHA จะทำหน้าที่คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง การให้คำปรึกษาดูแลในเบื่องต้น และสามารถส่งต่อให้กับผู้เชี่ยวชาญได้ เป็นการดูแลต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่จะทำหน้าที่ HHA ได้นั้นจะต้องผ่านการอบรมเป็นจำนวน 2 วัน สำหรับคุณลักษณะของ HHA ในเบื้องต้นคุณลักษณะจะต้องเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นคนรักษาความลับได้ของผู้ที่เข้ามาปรึกษาได้ และสิ่งที่สำคัญคือ HHA จะต้องมีความช่างสังเกต มีการรับฟังอย่างจริงใจ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญ ส่วนที่เหลือสามารถเติมเต็มให้เขาสามารถเป็นที่ปรึกษาได้
สำหรับผลลัพธ์ คือ ทางด้านสุขภาพกายใจและการเงินที่ชัดเจน คือ สุขภาพกายของคนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่า BMI เกิน ส่วนสุขภาพใจ จะมีการประเมิน คัดกรองพบว่ากลุ่มใดที่มีความเสี่ยงต้องได้รับความช่วยเหลือ ปัจจุบันได้มีการติดตามการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเรื่องของสุขภาพจิตจะต้องมีการติดตามต่อเนื่อง ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าดีขึ้นอย่างไร แต่ในภาพรวมดีขึ้น ในสองส่วนนี้มีผู้เข้ารับคำปรึกษาร้อยละ 90 ส่วนสุขภาพการเงิน HHA จะเข้ามาดูเรื่องการใช้จ่ายการเงิน การจัดการควบคุมหนี้สิน ถึงร้อยละ 70
นางภัทรานิษฐ์ กล่าวว่า การทำงานร่วมกับ สสส.ทำให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ สสส.สนับสนุนการเป็นพี่เลี้ยงและด้านงบประมาณ รวมถึงการเสนอขอโครงการและแนะแนวทางในการทำงานตลอดจนการพัฒนาแนวทางของหลักสูตรซึ่งเราต้องมีการปรึกษากับทาง สสส.มาโดยตลอด สรุปได้ว่า สสส.ช่วยเราตั้งแต่เริ่มโครงการ จนถึงติดตามผลและการประเมินโครงการ
วัยทำงานมีความเครียด ต้องการมีที่ปรึกษา

นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า ในยุคปัจจุบัน เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเริ่มเลือนลางลงอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติมนุษย์แบ่งเวลา 24 ชั่วโมงออกเป็น 3 ส่วน คือ การอยู่กับครอบครัว การทำงาน และการพักผ่อน แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น การสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Line ทำให้พนักงานรู้สึกเหมือนถูกตามงานตลอดเวลาแม้จะอยู่ที่บ้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเวลาการพักผ่อนและสุขภาพจิต
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานกว่า 38.66 ล้านคน ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาวะ ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตจึงได้ร่วมกับสสส.พัฒนา Holistic Health Advisor (HHA) ขึ้น เพื่อสร้างบุคลากรภายในองค์กรให้ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคู่คิด ดูแลใจ” ให้คำปรึกษาเบื้องต้นครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ และการเงิน พร้อมคัดกรอง และเชื่อมโยงผู้มีปัญหาเข้าสู่ระบบช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถขยายเครือข่ายสถานประกอบกิจการและองค์กรได้ถึง 222 แห่ง และดูแลประชาชนวัยทำงานรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านคน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสนับสนุนการสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในไทย ข้อมูลการประเมินตนเองในระบบ Mental Health Check in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบประชากรวัยทำงานอายุ 20-59 ปี เผชิญกับความเครียดในระดับสูง กว่า 11% โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุ 20-29 ปี สูงถึง 28% ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS พบคนวัยทำงานฝืนไปทำงาน (Presenteeism)
นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า เดิมทีปัญหาสุขภาพจิตมักถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล หรือเป็นเรื่องของพันธุกรรมที่พนักงานต้องไปพบจิตแพทย์และจัดการด้วยตนเอง จึงต้องเปลี่ยนมุมมองว่า สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องขององค์กร แนวคิดใหม่เพื่อความยั่งยืนขององค์กรชี้ให้เห็นว่า สุขภาพจิตควรเป็นบทบาทของทุกคนในองค์กรที่ต้องช่วยกันสนับสนุน การดูแลพนักงานไม่ให้หลุดออกจากระบบเพียงเพราะมีปัญหาสุขภาพจิต จะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนต่อไปได้ เพราะ “คน” คือกำลังสำคัญที่สุด
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว กรมสุขภาพจิตและ สสส.ได้พัฒนาผู้ให้คำปรึกษาแบบองค์รวมในสถานประกอบการ หรือ **Holistic Health Advisor (HHA) ขึ้นมา เพื่อดูแลสุขภาพพนักงานใน 4 มิติ ได้แก่
1.สุขกาย สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
2.สุขภาพจิต ความพร้อมทางอารมณ์และจิตใจ
3.สุขภาพสังคม การอยู่ร่วมกันในที่ทำงานอย่างมีความสุข
4.สุขทางปัญญา การรู้เท่าทันจิตใจตนเองและมีปัญญาในการใช้ชีวิตในสังคม
“บทบาทของ HHA จะทำหน้าที่เป็นเหมือน “คนช่วยชีวิต” ที่คอยดูแลทั้งพนักงานที่กำลังเผชิญปัญหา (เปรียบเสมือนคนกำลังจมน้ำ) พนักงานกลุ่มเสี่ยง และพนักงานทั่วไป เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางใจ” ให้พวกเขาสามารถรับมือกับอุปสรรคและดูแลใจตัวเองได้ในระยะยาว “ นพ.พงศ์เทพ กล่าว
ทั้งนี้ สสส. ได้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร HHA ทดลองรูปแบบในสถานประกอบการ พัฒนาวิทยากรและโค้ชเพื่ออบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตองค์รวมให้แก่สถานประกอบการ ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบันประกอบการ 222 แห่ง มีผู้เข้าร่วม 358,560 คน พบกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 32,536 คน ได้รับการดูแลช่วยเหลือจนดีขึ้น 99.98% ที่เหลือได้รับการส่งต่อและอยู่ระหว่างการรักษา ส่วนกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพกาย 25,600 คน ได้รับความรู้เรื่องสุขภาวะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดีขึ้น 91.96% และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพการเงินได้รับการดูแลช่วยเหลือ 70%
สาธารณสุขอำเภอศรีสัชนาลัย ต้นแบบความสำเร็จ

นายเตชทัต หอมบุปผา สาธารณสุขอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขไทย หน่วยงานที่ได้รับรางวัล Best Practice กล่าวว่า ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีสัชนาลัย มีข้าราชการ 71 คน ดูสุขภาพประชาชนมากกว่า 93,004 คน ด้วยการทำงานที่หนักส่งผลให้บุคลากรมีความเสี่ยงต่อความเครียด ความวิตกกังวัล และมีความไม่สมดุลระหว่างชีวิตทำงานกับชีวิตส่วนตัว ปัญหาที่พบมีทั้งเรื่องสุขภาพกาย ใจและการเงิน การดูแลความเสี่ยงทั้ง3 ด้าน คือ กาย:ให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี ส่งเสริมการออกกำลังกาย สุภาพใจ: อบรมจัดการความเครียด,Mindfulness (MIO) และจัดกิจกรรมWellBeing Week,Webrinars บริการ EAP และนักจิตวิทยา Onsite และสุขภาพการเงิน: มีคลินิกสุขภาพการเงินในหน่วยงาน ให้ความรู้ในการบริหารหนี้สินและการออม ประสานสถาบันการเงินในพื้นที่จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง ติดตามรายบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้ในทุกด้านๆบุคลากรดีขึ้น ตามแนวคิดบัดดี้คู่คิด ชีวิตสมดุล ที่ให้ HHA ประกบกับผู้ที่ขอรับคำปรึกษา คอยดูแล ติดตามผลให้คำปรึกษา และยังสามารถทำเป็นโมเดลให้กับโรงงานและหน่วยงานต่างๆได้ และสามารถสร้างเครือข่าย Mental Health Champions และในอนาคตจะมีการนำAI เข้ามาช่วยในการคัดกรองและติดตามเชื่อมโยงกับ QR Code Mental Health Check-in และพัฒนาระบบพี่เลี้ยงสุขภาวะ HHA3 มิติ และผลักดันให้คลินิกสุขภาพการเงินเป็นสวัสดิการถาวร

