สธ.-สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment” รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ตั้งเป้า 50% ภายในปี 70 สู่เป้าหมายประเทศไทย

สธ. – สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment” รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ตั้งเป้า 50% ภายในปี 70 สู่เป้าหมายประเทศไทย สสส. ปักธงสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เดินหน้าขยายพื้นที่และมุมนมแม่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับบริการตาม “บันได 10 ขั้น” พร้อมเปิดแคมเปญ “ตำนานนมแม่” หนุนแม่ไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Breastfeeding for a Sustainable Start in Life: Strengthen What Works” พร้อมประกาศนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และเป้าหมายของประเทศไทย โดยมี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข้าร่วม

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายมีมุ่งเน้นในการขับเคลื่อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระบบบริการสุขภาพ ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัว เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย สร้าง “จุดเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืน” ให้เด็กไทยทุกคน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนดให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนไม่น้อยกว่า 50% ภายในปี พ.ศ.2570
แพทย์หญิงอัมพร กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน จัดงาน “รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และผลักดันนโยบายและมาตรการที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระบบบริการสุขภาพ สถานประกอบการ ชุมชน และครอบครัว พร้อมทั้งสร้างกระแสสังคมและขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
“การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุด โดยงานวิจัยชี้ว่าทุกการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้กินนมแม่ 1 USD จะได้รับผลตอบแทนกลับมาสูงถึง 35 USD เพราะนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น แม้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของประเทศไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายสากลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 50% ภายในปี พ.ศ.2568” แพทย์หญิงอัมพร กล่าว

นางสาวนิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ปี 2565 พบว่า เด็กไทยอายุ 0-5 เดือนที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวมีเพียง 28.6% โดยยังพบความแตกต่างระหว่างภูมิภาคและระหว่างเขตเมืองกับนอกเขตเทศบาล โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงถึง 44.5% ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 13.6% และเด็กที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีโอกาสได้รับนมแม่อย่างเดียวสูงกว่าเด็กในเขตเทศบาลเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่าความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแม่เพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนรอบตัว ทั้งครอบครัว สถานบริการสุขภาพ สถานประกอบการ ชุมชน และนโยบายที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะในบริบทสังคมเมืองที่แม่จำนวนมากต้องกลับเข้าสู่การทำงานหลังคลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทุกมิติ เพื่อให้แม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ
“นมแม่คืออาหารเพื่อสุขภาวะชนิดแรกของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญของระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดช่วงชีวิต เพราะการได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด ไม่เพียงส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในอนาคต และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้เริ่มต้นชีวิตด้วยอาหารที่ดีที่สุด และเติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน” นางสาวนิรมล กล่าว

นางสาวนิรมล กล่าวต่อว่า สสส. ร่วมกับกรมอนามัย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย การสื่อสารสาธารณะ พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในชุมชน ตามแนวทาง “บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” รวมถึงส่งเสริมการจัดตั้งพื้นที่และมุมนมแม่ในสถานประกอบการกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่องในทุกบริบทของชีวิต และในโอกาสสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569 สสส. ได้เปิดตัวแคมเปญ “ตำนานนมแม่” เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงคุณค่าของนมแม่ พร้อมชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควบคู่กับการร่วมประกาศเจตนารมณ์ “One Goal, One Commitment” ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน ขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายของประเทศ

