ในประเทศ

สสส. มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล จับมือกรมกิจการสตรี บช.น. รณรงค์ “respect ก่อนสาด” สงกรานต์ปลอดภัย ไม่คุกคามทางเพศ

สสส. มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล จับมือกรมกิจการสตรี บช.น. รณรงค์ “respect ก่อนสาด” สงกรานต์ปลอดภัย ไม่คุกคามทางเพศ ชี้ถูกประแป้ง 51.5% ถูกก่อกวนจากคนเมา 51.3% เร่งประชาสัมพันธ์กฎหมายคุกคามทางเพศ และกฎหมายคุมเหล้าฉบับใหม่ ที่เพิ่มบทลงโทษหนักขึ้น วอนเล่นสงกรานต์เคารพสิทธิผู้อื่น รักษาคุณค่าประเพณี ปลอดแอลกอฮอล์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 เม.ย. 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  จัดกิจกรรม “Respect ก่อนสาด สงกรานต์ปลอดภัย ไม่คุกคามทางเพศ” สื่อสารประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 30 ว่าด้วยการคุกคามทางเพศที่ปรับปรุงแก้ไขล่าสุด และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งรวบรวมจากข่าวที่สะท้อนสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2568 ที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ พบว่ามีรายงานข่าวรวม 1,529 ข่าว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ประมาณ 40% โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 448 ข่าว คิดเป็น 29.3% และยาเสพติด 412 ข่าว คิดเป็น 26.9% ส่วนปัญหาการคุกทางทางเพศพบว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นปัจจัยกระตุ้น และยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ความคิดแบบชายเป็นใหญ่ มุมมองในเชิงอำนาจ ระบบการศึกษาและอื่นๆ   

“ในช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามนี้  เรากลับพบว่าในบางพื้นที่ มีคนบางกลุ่มฉวยโอกาสในเทศกาลนี้ล่วงละเมิด คุกคามทางเพศ ส่วนใหญ่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากระตุ้น และการคิดไปเองว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครก็ทำกัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ด้วยกฎหมายใหม่ ทั้งประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 30 ว่าด้วยการคุกคามทางเพศ และพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ต่างเพิ่มความเข้มข้นทั้งนิยามที่ชัดขึ้นรวมถึงการเพิ่มบทลงโทษ สงกรานต์ในปีนี้จึงจำเป็นต้องเร่งสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ กฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ เพื่อป้องปรามการกระทำความผิด และลดผลกระทบทางสังคม” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นางสาวอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ในปี 2567-2568 ทั้งสิ้น 400 ข่าว แบ่งเป็น ข่มขืน พยายามข่มขืน 209 ข่าว (52.3%) การกระทำอนาจาร 81 ข่าว (20.3) การคุกคามทางเพศ 34 ข่าว (8.5%) พรากผู้เยาว์ 47 ข่าว (11.8%) การบังคับค้าประเวณี 11 ข่าว (2.7%) ความรุนแรงทางเพศชายกระทำกับชาย 11 ข่าว (2.7%) อื่นๆ อาทิ รุมโทรม, หลอกมีเพศสัมพันธ์ 7 ข่าว (1.7%) โดยพบว่าผู้กระทำเป็นคนในครอบครัวมากที่สุด มีสัดส่วนเพิ่มจาก 32.7% ในปี 2567 เป็น 42.7% ในปี 2568 โดยกลุ่มอายุ 11-15 ปีเป็นผู้ถูกกระทำมากที่สุด ในปี 2567 ถูกกระทำ 33.1% เพิ่มเป็น 56.1% ในปี 2568 อายุน้อยสุดที่ถูกกระทำเพียง 1 ปี 9 เดือน ซึ่งปัจจัยกระตุ้นมาจากยาเสพติด 21.7% เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 16.6%

“เฉพาะสงกรานต์ปี 2568 มูลนิธิฯ ได้สำรวจความเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 2,552 คน พบว่าการถูกคุกคามทางเพศ ตั้งแต่การถูกประแป้งที่ใบหน้า ร่างกาย 51.5% ถูกแซวหรือใช้สายตาจ้องทำให้อึดอัด 34.5% ถูกลวนลามแต๊ะอั๋ง 29.8% ถูกก่อกวนจากคนเมา 51.3% อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ 32.4% ทะเลาะกันในครอบครัว 22.3% ถูกคนเมาลวนลาม 21%

นางอังคณา กล่าวต่อว่า มูลนิธิฯ จึงมีข้อเสนอในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 1.เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองต้องสอดส่อง ดูเเล เเละบังคับใช้ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 อย่างเข้มข้นหากมีการกระทำผิด เช่น ไม่ขายให้คนอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ขายให้คนเมา ห้ามเร่ขายเหล้าเบียร์ ห้ามลด แลก แจกแถม ขายเฉพาะในเวลา 11.00-24.00 น. 2.หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ กระทรวง พม. ภาคเอกชน ควรประชาสัมพันธ์กฎหมาย รวมถึงแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดการกระทำผิด สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่จัดสงกรานต์สร้างสรรค์ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.ผู้พบเห็นต้องไม่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ และเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ในพื้นที่จัดกิจกรรมเล่นน้ำต้องมีจุดรับแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือ 4.ครอบครัว สถาบันการศึกษาควรปลูกฝังทัศนคติการเคารพเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น ไม่ว่าเทศกาลใดหรือผู้เสียหายจะแต่งตัวแบบใด

ด้าน นางสาวกรรณนิกา เจริญลักษณ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความเสมอภาค การเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรีในประเด็นของความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อท้าทายคือ การปรับเปลี่ยนเจตคติของผู้คนที่ทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงต่อสตรี ด้วยแนวคิดชายเป็นใหญ่ และสะท้อนภาพชัดเจนในช่วงสงกรานต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี สอดคล้องกับผลสำรวจของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น ดังนั้น การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้ จึงเป็นวาระสำคัญที่จะได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เผยแพร่แนวคิด “Respect ก่อนสาด สงกรานต์ปลอดภัย ไม่คุกคามทางเพศ” ร่วมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ปรับเปลี่ยนเจตคติ สร้างความตระหนัก และสร้างการรับรู้ถึงปัญหาความรุนแรงทางเพศ การคุกคามทางเพศว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย ไม่ถูกคุกคามทางเพศ และลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในมิติต่าง ๆ

ครูต้องตา จำเริญใจ ครูชำนาญการ และ Influencer กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าตนเคยถูกลวนลามระหว่างที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์ ทำให้ความสนุกลดลง เชื่อว่ามีหลายคนก็ประสบเหตุการณ์แบบเดียวกัน นอกจากทำให้การเล่นน้ำไม่สนุกแล้ว ยังเป็นภัยเงียบที่ไปลดทอนความสวยงามของประเพณีอันดีงามนี้ บางคนมีทัศนคติที่อันตรายว่า สงกรานต์เทศกาลแห่งการฉวยโอกาสจับหน้าอก อวัยวะเพศ เรือนร่าง หรือการประแป้งด้วยเจตนาคุกคาม ไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพในร่างกายของผู้อื่นโดยสิ้นเชิง อ้างว่าเพราะแต่งกายล่อแหลม ซึ่งนี่ไม่ควรเป็นเหตุผลในการคุกคามคนอื่นเลย ดังนั้นสงกรานต์ปีนี้ ขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศอย่างเคร่งครัด เข้มงวดกวดขันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญคือต้องเคารพสิทธิเสรีภาพ เคารพสิทธิเนื้อตัวผู้อื่น ร่วมกันสืบสาน ประเพณีอันดีงามของไทย และขอให้ทุกคนเล่นสงกรานต์อย่างสนุก ปลอดภัย และอย่าลืมเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะดีที่สุด