สงกรานต์เมาแล้วขับ ภัยร้ายของห้องฉุกเฉิน
โดยปกติแล้วสถานการณ์ในห้องฉุกเฉินของแต่ละโรงพยาบาลจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายของแพทย์ พยาบาลที่กำลังช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยที่มาแบบฉุกเฉินจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ที่จะมีจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น และยังมีอีกผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่สร้างภาระในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้กับแพทย์และพยาบาล คือ ผู้ที่ดื่มเมาแล้วขับและเกิดอุบัติเหตุพฤติกรรมของคนที่เมาแล้วขับจะมีพฤติกรรมที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เมาอาละวาด ทำร้ายบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สร้างความเสียหายให้กับโรงพยาบาลในทุกๆด้าน

ที่ผ่านมา เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 สงกรานต์ เมา ซิ่ง ตุย “Drink Drive Die อย่าให้เป็นสงกรานต์สุดท้ายของคุณ” เพื่อนสะท้อนปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล
สสส.หนุนสร้างพื้นที่เล่นน้ำวันสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์

รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า “สงกรานต์” เป็นประเพณีที่สำคัญของไทย ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนา ได้หยุดพักผ่อนจากการทำงาน ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า จึงมักมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการใช้ความรุนแรง การทะเลาะวิวาท การคุกคามทางเพศ อาชญากรรม โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนน ทำให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก สสส. รณรงค์และผลักดันนโยบายควบคุมและลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการจัดงานปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้ากว่า 100 พื้นที่ มีถนนตระกูลข้าว (ปลอดเหล้า) 60 แห่ง ข้อมูลการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ปี 2564 สูงถึง 165,450.5 ล้านบาท หรือ 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ซึ่ง 96.3% เป็นการสูญเสียทางอ้อมจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และการขาดงานหรือสูญเสียผลิตภาพจากการทำงาน
“ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 มีอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ลดลงจากปี 2567 มากกว่า 40% แม้การเกิดอุบัติเหตุจะลดลง แต่การเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมายยังมีความจำเป็น ทั้งเรื่องใบอนุญาตขาย วิธีการขาย จำกัดสถานที่ขาย-ดื่ม ห้ามส่งเสริมการขาย รวมถึงการควบคุมการโฆษณา แม้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ จะผ่อนปรนในบางประเด็น แต่ก็เข้มงวดขึ้นในหลายเรื่อง เช่น ผู้ประกอบการ ร้านค้า มีโทษหนักกรณีที่ขายให้เด็กและคนเมา ทั้งนี้สงกรานต์ในปีนี้ ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันทำตามกฎหมาย สนุกอย่างมีขอบเขต เคารพให้เกียรติกัน ให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน และไม่อยากให้เป็นสงกรานต์สุดท้ายของใคร ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมสร้างค่านิยมที่ดีของสังคมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ดีงามให้คงอยู่ต่อไป” รศ.ดร.วิทยา กล่าว
คนเมาแล้วประสบอุบัติเหตุใช้หมอ พยาบาลดูแลกว่าคนปกติ/อาละวาด ทำร้ายคน-สิ่งของ

ผศ.นพ.วีระวัฒน์ เธียรประธาน อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปกติห้องฉุกเฉินจะมีผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ จะมีเคสอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับถนนสายหลักที่มีการเดินทางจำนวนมาก
ในการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้ค่อนข้างใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ค่อนข้างมากและมีความยากลำบาก เช่น การให้เลือด การใส่ท่อช่วยหายใจ รวมทั้งการใช้ทรัพยกรบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างมาก และหากมีความบาดเจ็บหลายระบบจึงจำเป็นต้องปรึกษาหมอเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น ในเคสแบบนี้จะต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น 5-10 คนขึ้นไป และคนไข้บางคนไม่ได้มีสิทธิในการรักษาจึงอาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวที่จะตามมาคือ ค่าใช้จ่ายในการรักษา
หากต้องมีการผ่าตัดขึ้นมา จะต้องมีการให้เลือด ใช้เครื่องมือที่อยู่ในห้องผ่าตัดเพิ่มเติม ให้เกร็ดเลือด พลาสมาจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ดังนั้นผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานานสิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขับรถโดยประมาท ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เคสที่มีอาการเมาจะทำให้การรักษายากขึ้น เพราะสื่อสารกับคนไข้ได้ยาก หรือเมาอาละวาด เจ้าหน้าที่ต้องทำให้สงบเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเตียงจนเกิดการบาดเจ็บเพิ่ม หรือป้องกันผลกระทบกับผู้ป่วยรายอื่น ทั้งนี้ การเดินทางในช่วงสงกรานต์ประชาชนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หรือสวมมวกนิรภัยทุกครั้ง เช็คสภาพยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ เพื่อป้องกันตัวเอง และเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาล ซึ่งจะมีต้องมีภาระงานหนักขึ้นด้วย
กม.ใหม่เอาผิดคนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมา

ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุม…..ฉบับที่2 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมามีประเด็นที่เข้มข้นมากขึ้นคือ การห้ามขายในกลุ่มเปราะบาง เด็ก และคนเมา ที่มีความชัดเจนมากขึ้นว่าอะไรคือคนเมา ซึ่งมีประกาศออกมาจากกรมควบคุมโรคที่ระบุว่า อะไรคือคนเมา และการขายให้กลุ่มเปราะบางจะมีการเพิ่มโทษ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องศึกษากฎหมายให้เข้าใจอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะ 1.การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับ 5,000 บาท 2.การขายให้คนเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และคนเมา มีโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.หากผู้ดื่มไปก่อเหตุเกี่ยวเนื่องสร้างความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ผู้ขายต้องร่วมรับผิดทางแพ่งด้วย ทั้งนี้ ผู้ขายสามารถขอตรวจบัตรประชาชนและตรวจสอบอาการมึนเมาของผู้ซื้อได้ ซึ่งจะเป็นเหตุบรรเทาโทษทางแพ่งให้แก่ผู้ขายตามกฎหมายใหม่ 4.การห้ามเร่ขาย ห้ามขายนอกเวลาที่กำหนดคือ 11.00 น. – 24.00 น. และห้ามส่งเสริมการขายลด แลก แจก แถมทุกรูปแบบ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ สงกรานต์ปีนี้ มีสัญญาณที่ดีจากหลายหน่วยงานที่จะตรวจเข้ม เช่น กรมสรรพสามิต เตรียมตรวจสอบใบอนุญาตขาย และการกระทำความผิดอื่นๆ ในพื้นที่เล่นน้ำ กองบังชาการตำรวจนครบาล เตรียมประชาสัมพันธ์และบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นในทุกพื้นที่เล่นน้ำ

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า สำหรับครอบครัวที่เจอเหตุการณ์ที่มาจากคนเมา เกิดจากเด็กไม่อายุไม่เกิน 20 ปี ที่เมามา ครอบครัวต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าเขาซื้อมาจากแหล่งใด และจะต้องสืบให้ถึงร้านใดที่ฝ่าฝืนกฎหมายขายให้กับคนเมาและเด็ก เพื่อให้ร้านได้ร่วมรับผิดทางแพ่งกับผู้ที่ก่อเหตุด้วย ซึ่งการดำเนินคดีกับผู้ระทำผิดจะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์…ซึ่งตำรวจจะเป็นต้นทางของความยุติธรรม แต่ในส่วนตัวถ้าเราเป็นผู้เสียหายมีญาติพี่น้องที่ได้ถูกกระทำจนได้รับอันตรายแก่ร่างกายจนถึงแก่ชีวิต อย่างแรกอยากให้ครอบครัวตั้งสติก่อน และย้อนหาสาเหตุที่มาเกี่ยวข้อง เช่น คนเมาขับรถมาชน หรือเด็กที่อายต่ำกว่า 20 ปี มาก่อเหตุกับเรา ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ทางผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งร่วมไปได้ จากเดิมเราสามารถเรียกร้องกับผู้ที่กระทำได้ แต่คราวนี้เราสามารถสืบไปถึงร้านค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้ อย่างน้อยเรามี 2 ช่องทางที่จะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้ ส่วนขั้นตอนทางคดีจะดำเนินไปตามขั้นตอนของศาล หากใครมีข้อสงสัยหรือจะขอความช่วยเหลือทางเครือข่ายได้มีการทำงานกับนักกฎหมาย ทนายความ ชื่อเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม ขอประชาสัมพันธ์ว่า พี่น้องที่เหตุในลักษณะที่กล่าวมาสามารถติดต่อผ่านเฟสบุ๊ค เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคมได้ ซึ่งเราทีมทนายที่สามารถลงไปช่วยดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้กับผู้เสียหาย อย่างน้อยจะเป็นแรงเสริมด้านกฎหมายให้ผู้หายเข้าใจและช่วยเหลือในช่องทางตามกฎหมายได้

