สสส.เตรียมพร้อมประเมิน ก.พ.ร. ปี 71 นำร่อง 12 จังหวัดมุ่งเป้า กำหนด “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นวาระกลาง-ตั้งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่

สสส. เตรียมพร้อมประเมิน ก.พ.ร. ปี 71 นำร่อง 12 จังหวัดมุ่งเป้า กำหนด “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นวาระกลาง-ตั้งเป้าลดนักสูบหน้าใหม่ ชูโมเดลสิงคโปร์-นิวซีแลนด์ “สั่งแบน-เพิ่มโทษ” ต้นแบบแก้ปัญหาในไทย

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 2 ในฐานะประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 3/2569 กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมประเมินความคุ้มค่าเพื่อการพัฒนาองค์การมหาชน ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในปี 2571 ซึ่งจะลงนามบันทึกความร่วมมือในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อประเมินความสามารถการขับเคลื่อนงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งและความคุ้มค่าของ สสส. ได้กำหนดพื้นที่ 12 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ เชียงราย ลำปาง น่าน ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ชัยนาท ระยอง นครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีปัญหาสุขภาพที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด อาทิ อัตราการสูบบุหรี่สูงสุด การดื่มแอลกอฮอล์แบบเสี่ยงและอันตราย NCDs ปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงมีกลไกขับเคลื่อนงานภายใต้ยุทธศาสตร์ไตรพลัง เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ บูรณาการและเชื่อมโยงการทำงานอย่างเป็นระบบ
นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นที่ประชุมรับทราบแผนควบคุมยาสูบ มีจุดเน้นสำคัญในปี 2569 คือ ผลักดันนโยบาย มาตรการ กฎหมายและกลไกการบังคับใช้อย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความรอบรู้สุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันยาสูบ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน สานพลังครอบครัว สร้างผู้นำในชุมชนให้ปลอดปัจจัยเสี่ยง เฝ้าระวังและควบคุมการขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ พร้อมบูรณาการ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อควบคุมและบังคับใช้กฎหมายการนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด พร้อมจัดเก็บและทำลายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ขณะที่แผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด เน้นเคลื่อนงานเชิงรุกเชื่อมโยงภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน ศาสนา ผ่านโมเดลชวนงดเหล้า สร้างความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อาทิ งดเหล้าเข้าพรรษา สงกรานต์ปลอดเหล้า ร้านค้าปลอดเหล้า ขยายกลไกชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ให้ชุมชนเป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหายาเสพติด มีชุมชนเข้าร่วมกว่า 4,000 ชุมชน เตรียมยกระดับสู่จังหวัดต้นแบบอย่างยั่งยืน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ในปี 2569 กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขบุหรี่ไฟฟ้า เป็นวาระกลางบูรณาการทุกส่วนงานของ สสส. ร่วมขับเคลื่อนเพื่อลดจำนวนนักสูบ โดยเฉพาะนักสูบหน้าใหม่ จากข้อมูลโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี 2568 โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบเด็กและเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งสูง 1.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 70% เป็นเด็กและเยาวชน อายุ 15-29 ปี และ 30% เป็นนักสูบหน้าใหม่ที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน ทั้งนี้ จากการศึกษาโมเดลมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของสิงคโปร์และนิวซีแลนด์ ที่สามารถลดจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบว่า สิงคโปร์ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นยาเสพติด ยกระดับการควบคุมกฎหมายให้เข้มงวดเพิ่มค่าปรับ 5-30 เท่า ปรับสูงสุด 270,000 บาท ทั้งผู้นำเข้า จำหน่ายและครอบครอง ส่วนนิวซีแลนด์ ใช้มาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด พร้อมเพิ่มภาษียาสูบ 10% ต่อปี ทำให้เยาวชนเข้าถึงยากและมีราคาแพง สามารถลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ได้ ซึ่ง สสส.จะนำมาศึกษาเพื่อหาแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศและนำเสนอสู่ภาคนโยบายต่อไป

