ในประเทศ

สสส. สานพลัง อปท.กว่า 300 แห่ง ยกระดับ “ตำบลสุขภาวะ” สกัดบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน

สสส. สานพลัง อปท.กว่า 300 แห่ง ยกระดับ “ตำบลสุขภาวะ” สกัดบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ชูโมเดลลดบุหรี่-ลดรายจ่ายครัวเรือน-สร้างเศรษฐกิจฐานราก เผยพื้นที่ต้นแบบสร้างผู้นำเลิกบุหรี่สำเร็จต่อเนื่อง นวัตกรรมชุมชนช่วยลดความอยากบุหรี่ เชื่อมสุขภาพกับการจัดการขยะ ลดขยะ 2.5–3 ตันต่อปี ประหยัดงบท้องถิ่นเดือนละ 5,000–10,000 บาท สร้างสุขภาวะชุมชนยั่งยืน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่กว่า 300 แห่ง จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสังเคราะห์ระบบและกลไกการจัดการสุขภาวะชุมชน เพื่อยกระดับการลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมการลดรายจ่ายของชุมชนท้องถิ่น

ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 และกรรมการบริหารแผน คณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ก้าวสำคัญของ สสส. คือการบูรณาการการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเครื่องมือ องค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการควบคุมยาสูบและควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้านการหยุดพนัน และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ มาเป็นเครื่องมือและยกระดับการทำงานให้กับเครือข่าย ตำบลสุขภาวะ โดยมุ่งเป้าจัดการปัญหาอุบัติใหม่ที่กำลังระบาดหนักอย่าง บุหรี่ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการลดรายจ่ายครัวเรือน การใช้กลไกของพื้นที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก จะทำให้เกิดความยั่งยืนด้านสุขภาวะแบบครบวงจรและแท้จริง บริบทของปัญหาการสูบบุหรี่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น การแก้ปัญหาจะต้องปรับวิธีคิดใหม่ โดยผลักดันให้การลด ละ เลิกบุหรี่ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชุมชน และเป็นภารกิจปกติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเมื่อพื้นที่สามารถขับเคลื่อนด้วยกลไกของตนเองได้ จะนำไปสู่ระบบสุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน ควบคู่กับการช่วยลดรายจ่ายครัวเรือนและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก

ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีกลางให้ภาคีเครือข่ายจากหลายพื้นที่ได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ แลกเปลี่ยนบทเรียน และสังเคราะห์รูปแบบการบูรณาการระบบเพื่อรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกำลังเป็นความท้าทายสำคัญต่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน โดยการขับเคลื่อนจะเน้นใช้ พลังของชุมชนท้องถิ่น เป็นฐานสำคัญ ชุมชนท้องถิ่นไทยมีทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง ทั้งผู้นำชุมชน ภาคประชาชน และเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งสามารถร่วมกันออกแบบนวัตกรรมทางสังคมและกติกาของชุมชนที่สอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมของตนเองได้ โดยหลายพื้นที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น การสร้างบุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ การพัฒนานวัตกรรมชุมชนอย่างชาหญ้าดอกขาวและลูกอมหญ้าดอกขาวเพื่อช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงการบูรณาการงานสุขภาพกับการจัดการเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

“จากการทำงานในพื้นที่ พบว่าการทำงานเชิงระบบสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง เมื่อมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องก็สามารถสร้างบุคคลต้นแบบที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จเพิ่มขึ้น รวมถึงการเชื่อมโยงงานสุขภาพกับการจัดการสิ่งแวดล้อมจนสามารถลดปริมาณขยะของชุมชนได้เฉลี่ย 2.5–3 ตันต่อปี และช่วยลดค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นได้เดือนละ 5,000–10,000 บาท” ดร.นิสา กล่าว

นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ กล่าวว่า การแก้ปัญหาการสูบบุหรี่และการลดปัจจัยเสี่ยงต้องผลักดันให้การลด ละ เลิกบุหรี่ กลายเป็น “งานประจำของพื้นที่” ที่เชื่อมโยงอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชน นโยบายสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกติกาทางสังคมของชุมชน เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ หัวใจสำคัญของการทำให้เกิดความต่อเนื่อง คือการสร้างระบบและกลไกการทำงานในระดับท้องถิ่น โดยมีแนวทางสำคัญ 1. ยกระดับเรื่องการจัดการปัจจัยเสี่ยงและการลดการสูบบุหรี่ให้เข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น แผนสุขภาพชุมชน หรือกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เพื่อให้มีงบประมาณและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นมองว่าเป็นภารกิจหลักของพื้นที่ ไม่ใช่งานเฉพาะกิจ 2. สร้าง กติกาทางสังคมของชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้นำทางธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน และกลไกของพื้นที่ เช่น การกำหนดพื้นที่ปลอดบุหรี่ในงานบุญ งานประเพณี งานศพ หรือสถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ให้การไม่สูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติของสังคม และช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลสุขภาวะของตนเองได้อย่างยั่งยืน

นางสาวอธิศนันท์ สิงหเมธาพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ ใช้แนวคิด “ผู้นำทำให้ดู รู้แล้วบอกต่อ” โดยเริ่มจากการสร้างต้นแบบในชุมชน เพื่อให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงและเกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยนายกเทศมนตรีตำบลบางยี่รงค์ได้เป็นบุคคลต้นแบบในการเลิกบุหรี่แบบหักดิบมาแล้วกว่า 1 ปี สร้างแรงบันดาลใจให้คนในชุมชนเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จเพิ่มขึ้นอีก 16 คน และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ เช่น การผลิตชาหญ้าดอกขาวและลูกอมหญ้าดอกขาว เพื่อช่วยลดความอยากบุหรี่ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมรณรงค์ในชุมชนและในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เชื่อมโยงกับการลดรายจ่ายของชุมชนและการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น การรณรงค์ลดบุหรี่ควบคู่กับการจัดการขยะในชุมชน ช่วยประหยัดงบประมาณในการกำจัดขยะของเทศบาลได้ ทำให้เห็นว่าการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพสามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้างสุขภาวะและความเข้มแข็งของชุมชนในภาพรวมได้อย่างเป็นรูปธรรม