ในประเทศ

คนรุ่นใหม่หัวใจไร้แอลกอฮอล์ ห่วงสุขภาพมากกว่าอยากดื่ม

“ เคยพยายามดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเข้าสังคม แต่ไม่ชอบรสชาติ ไม่ชอบอาการมึนเมา อีกทั้งยังมีปัญหาสุขภาพ และอาการแพ้ เลยตัดสินใจเลิกดื่มเด็ดขาด ทั้งนี้ ตนมองว่าที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง เพราะให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพใจมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำกิจกรรมที่สนุกและเติมเต็มชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ มีพื้นที่และกิจกรรมนันทนาการทางเลือกเยอะ ไปจนถึงบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ที่ช่วยตอกย้ำค่านิยมไลฟ์สไตล์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ก็สามารถดูดี มีคุณค่า และมีความสุขได้ “

จากประสบการณ์ของนางสาวธนพรรณญพร ทองขาว ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยา ที่สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันวัยรุ่น นักศึกษา เลือกที่จะสนุกได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ส่วนสาเหตุที่เลือกจะไม่ดื่ม เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สุขภาพ เสี่ยงอันตรายในทุกๆด้าน

ที่ผ่านมา เครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนาค้นหาคำตอบ “Less Drink, More Life? ทำไมคนรุ่นใหม่เลือกไม่ดื่ม” เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเหตุผลในการเลือก “ดื่ม” หรือ “ไม่ดื่ม” พร้อมสะท้อนมุมมองต่อผลกระทบของแอลกอฮอล์ในมิติสุขภาพ สังคม และอนาคตของคนรุ่นใหม่ รวมถึงข้อคิดเห็นต่อกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ปลื้มเยาวชนไทยเห็นถึงภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า คนรุ่นเก่ามักจะมองว่าการดื่มเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และการดื่มสามาถสร้างความสุขได้ ซึ่งความคิดของคนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว  ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ ภาพลักษณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น  ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบกลุ่มเยาวชน อายุ 15-24 ปี มีอัตราการดื่ม อยู่ที่ 24.8 % ลดลงจากปี 2564 ที่ 34.7% ขณะที่มูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ปี 2564 เท่ากับ 165,450.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) โดยคนไทยเกือบ 80% เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และครอบครัว

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ สสส. ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่าย วางยุทธศาสตร์ทั้งงานด้านวิชาการ การรณรงค์ การสื่อสาร รวมทั้งการทำงานในโลกโซลเซียลและการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน  นอกจากนี้การทำงานกับคนรุ่นใหม่หรือที่เราเรียกว่า คน GEN Z ที่มีมากกว่า 21 ล้านคน ที่เป็นเป้าหมายของการทำงาน ซึ่งหากคนรุ่นใหม่ GEN นี้สามารถลด ละ เลิก ทั้งการดื่มและสูบได้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ต่างประเทศจัดกิจกรรมไม่หนุนการดื่ม

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศอังกฤษได้จัดกิจกรรมชักชวนคนงดดื่มในช่วงเดือนมกราคมได้เริ่มประมาณนปี 2008 -2010 หลักๆคือการพักร่างกายจากการดื่มในช่วงปีใหม่ที่เขาฉลองกัน หลังจากทำแคมเปญนี้ได้ประมาณ 4-5 ปี สหรัฐอเมริกาก็ได้ทำตาม และในยุโรปหลายประเทศได้ทำตาม และอีกที่ที่ดังคือในออสเตรเลียที่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ชวนคนงดดื่มในช่วงเวลาดังกล่าวแต่อาจจะแตกต่างกัน คือคนที่จะเลิกดื่มจะต้องมีญาติหรือคนที่รักสนับสนุนเขาที่อยากให้เลิกดื่มโดยใช้วิธีบริจาคเงินไปที่มูลนิธิเมื่อคนคนเลิกดื่มได้  และทางมูลนิธิจะนำเงินเหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นต้น

จากข้อมูลเยาวชนในประเทศพัฒนาแล้ว มีการดื่มลงชัดเจน เช่น นับตั้งแต่ค.ศ. 2000 สหรัฐอเมริกา พบว่าใน 1 เดือนที่ผ่านมา เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์ลดลง 40.4% เยอรมันดื่มลดลง 30.4% ส่วนไอซ์แลนด์ มีอัตราการดื่มลดลงมากที่สุดถึง 83.9% ระหว่างปี 1995 ถึง 2015 และมีการศึกษาพบว่า ในช่วงที่การดื่มลดลงทำให้ ผลกระทบจากแอลกอฮอล์ ทั้งการบาดเจ็บและการเข้ารักษาจากการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเช่นกัน การที่เยาวชนดื่มลดลงเพราะมองว่าไม่ได้สำคัญกับชีวิต แต่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการที่พ่อ แม่ดูแลเข้มข้น ประกับกอบการจำกัดการโฆษณา มาตรการทางภาษี และราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงขึ้น  

“ข้อมูลของไทยก็พบสัดส่วนนักดื่มอายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยในช่วงปี 2547-2557 สัดส่วนนักดื่มอยู่ที่ 13-15% ลดลงมาเป็น 9-10% ในปี 2554-2557 สอดคล้องกับแนวโน้มในระดับโลก ซึ่งปัจจัยที่ไม่ดื่มเพราะได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์ในครอบครัว เช่น พ่อดื่มหนักทำร้ายคนในครอบครัวหรือเสียชีวิต การไม่ชอบความรู้สึกมึนเมาหรือรสชาติของแอลกอฮอล์ และสามารถทำกิจกรรมอื่นได้โดยไม่ต้องดื่ม การสำรวจที่ทำยังพบว่า เยาวชนเห็นด้วยกับมาตรการจำกัดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อ และมาตรการจำกัดการขายในบริเวณสถานศึกษาและบริเวณโดยรอบ”รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ สรุปว่า  การดื่มที่ลดลงในเยาวชนจะส่งผลให้ค่านิยมต่อการดื่มเปลี่ยนไป เยาวชนลดการสนับสนุนการดื่มหนัก และการดื่มในอายุน้อย ส่วนเยาวชนที่ดื่มให้ความสำคัญการดื่มลดลง ส่วนเยาวชนที่ไม่ดื่มจะไม่รู้สึกแปลกแยก หรือถูกด้อยค่า เหมือนเยาวชนยุคก่อน(การไม่ดื่มเป็นเรื่องปกติ)

ทำไมคนรุ่นใหม่เลือกดื่มน้อยลง

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกดื่มน้อยลง สรุปได้ 5 ประเด็นคือ 1. เลือกทำในสิ่งที่คุ้มค่า เพื่อใตนเองได้มีสุขภาพร่างกายที่ดี 2. มีอะไรมากมายให้ทำ คือปัจจุบันในสังคมมีกิจกรรมต่างๆมากมายที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมกิจกรรม 3. Fresh Cool NO HANG เพื่อร่างกายที่สดชื่น และไม่มีอาการแฮงค์เมื่อตื่นขึ้นมา 4. ภาพลักษณ์บนโซเซียลและชีวิตจริง 5.ทางเลือกการดื่มมากมาย ไม่จำเป็นต้องจบด้วยการเมา

“ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีทางเลือกมากมายที่จะไม่ดื่ม เช่น นักศึกษาบางคนบอกว่า ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาสูงกว่าการกินหมูกะทะ และเดี๋ยวนี้มีร้านนมหรือร้านเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เปิดร้านจนดึกเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสังสรรค์กันได้ และอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่ส่วนมากส่วนใช้ชีวิตหลังเลิกเรียนอยู่บนโลกโซลเซียลจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่ลดการดื่มลง”นายวิษณุ กล่าว