February 5, 2026
Latest:
ในประเทศ

สสส. สานพลัง สธ.-กพย.-ภาคีเครือข่าย เปิดเวทีถกประเด็น “ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ”

ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ! สสส. สานพลัง สธ.-กพย.-ภาคีเครือข่าย เปิดเวทีถกประเด็น “ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ” ชู หลักมานุษยวิทยา หนุนปรับโครงสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพเท่าเทียมทุกมิติ

วันที่ 4 ก.พ. 2569 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และภาคีเครือข่าย จัดเวที ร่วมกันค้นหาทางออกเชิงโครงสร้างในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนสู่ความเท่าเทียม

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวในเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เชื่อมร้อยทุกมิติ ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ เพื่อทุกคนบนแผ่นดินไทย” ว่า สสส. มีพันธกิจหลักคือการกระตุ้นและสนับสนุนให้คนไทยทุกคนบนแผ่นดินไทย มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติกาย จิต ปัญญา และสังคม แต่หัวใจสำคัญของการเข้าถึงสุขภาวะที่แท้จริงยังต้องตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน และการสร้างความเสมอภาคทางสุขภาพ (Health Equity) ยกตัวอย่าง ภาวะไร้บ้าน หรือความยากจนในเขตเมืองที่ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งเข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐาน การมองสุขภาพผ่านเลนส์ของปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health) และมุมมองทางสังคมมานุษยวิทยา จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจว่า สภาพแวดล้อม นโยบาย และโครงสร้างทางสังคม ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างไร

“สสส. มุ่งเน้นการทำงานเชิกรุกในเรื่องนี้ 3 มิติ 1.สร้างความเข้าใจเชิงระบบ ด้วยการขยายมุมมองจากการจัดการเพียงโรค ไปสู่การเข้าใจโครงสร้างและปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อสุขภาวะของประชาชน 2.สร้างความตระหนักในคุณค่าความเป็นมนุษย์ ใช้หลักมานุษยวิทยาและทักษะความเห็นอกเห็นใจ (Social Empathy) เป็นเครื่องมือในการเข้าใจบริบทชีวิตที่แตกต่าง เพื่อให้การออกแบบงานสร้างเสริมสุขภาพทำได้อย่างสมดุลและเคารพศักดิ์ศรีของทุกคน 3.การปฏิบัติที่ใช้ได้จริง นำองค์ความรู้และบทเรียนจากการปฏิบัติการในพื้นที่มายกระดับเป็นนโยบาย หรือแนวทางลดช่องว่างทางสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ให้ใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะความเปราะบางทางสถานะ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี นักวิจัยพันธมิตรประจำสถาบันวิจัยสังคม และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำไม่ใช่แค่เรื่องความต่างของรายได้ แต่เป็นความซับซ้อนที่มนุษย์และระบบสร้างขึ้น จนเกิดเป็น “ความเหลื่อมล้ำทับซ้อน” มายาวนาน การแก้ไขจึงต้องเลิกมองแค่รายประเด็น แต่ต้องครอบคลุมทั้งสิทธิผู้ป่วย สิทธิมนุษยชน และสิทธิชุมชน เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน โดยเน้นทำงานเชิงระบบจากล่างขึ้นบน และต้องใช้วิธีการทำแผนที่ปัญหา เพื่อหาจุดเชื่อมโยงในทุกมิติ ดังนั้น ความท้าทายสำคัญคือการออกแบบมาตรการที่คำนึงถึงความหลากหลาย เพื่อขจัดความเอารัดเอาเปรียบและสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพให้เกิดขึ้นจริง โดยมุ่งเน้นให้เกิดการปรับปรุงเชิงโครงสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ดร.นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจะช่วยยกระดับให้ทุกคนเข้าใจถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการฝึกฝน และใช้ทักษะความเห็นอกเห็นใจ ไม่เอาบรรทัดฐานความเชื่อของตนเองไปตัดสินผู้อื่น แต่ต้องเปิดรับมุมมองที่หลากหลายเพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์ในทุกมิติ ซึ่งทักษะมานุษยวิทยาการแพทย์จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้เขาขาดการส่งเสริมสุขภาพที่ดีมาจากปัจจัยใด ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ หรือองค์ความรู้ที่ถูกหล่อหลอมด้วยสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน การทำงานจากระดับล่างขึ้นบนจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่กำหนดสุขภาพอย่างแท้จริงและเป็นธรรม