หนองบัวลำภู ผนึกพลังเครือข่ายงดเหล้า-ภาคการศึกษา ขับเคลื่อน “Youth Camp 2026” ปลูกพลังคิด เสริมทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนศตวรรษที่ 21
หนองบัวลำภู ผนึกพลังเครือข่ายงดเหล้า-ภาคการศึกษา ขับเคลื่อน “Youth Camp 2026” ปลูกพลังคิด เสริมทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนศตวรรษที่ 21 ปลอดภัยลดปัจจัยเสี่ยงอย่างยั่งยืน
จังหวัดหนองบัวลำภู – เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับกลุ่มบริหารงานทั่วไป โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง YSDN หนองบัวลำภู ภายใต้กิจกรรม “Youth Camp 2026 ปลูกจิตสำนึกป้องกันปัจจัยเสี่ยง เตรียมความพร้อมเยาวชนสู่ศตวรรษที่ 21” ระหว่างวันที่ 19–20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมเขื่อนขันธ์ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อำเภอเมืองหนองบัวลำภู โดยมีนายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหน่วยงานภาคี อาทิ วัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างพร้อมเพรียง

นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนบนฐานการสร้างเสริมสุขภาวะอย่างรอบด้าน มุ่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ทักษะชีวิต และการป้องกันปัจจัยเสี่ยงเชิงพฤติกรรม เพื่อให้เยาวชนสามารถดูแลตนเองและอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ โดย “Youth Camp 2026” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเด็กและเยาวชน ผ่านการทำงานเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบและความร่วมมือของภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งขอให้เยาวชนแกนนำนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลสู่เพื่อน เยาวชน และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เน้นการป้องกันเชิงระบบและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ด้านนางวิริยา แก่นปัดชา หัวหน้าศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลังหลักของพื้นที่ในการขับเคลื่อนการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชนในระยะยาว โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วยสภานักเรียน แกนนำเยาวชน ครูพี่เลี้ยง และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และนักจิตวิทยา ร่วมออกแบบกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการผ่านกิจกรรมฐานเรียนรู้และเวิร์กช็อปกิจกรรมป้องกันปัจจัยเสี่ยง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่จะนำไปขยายผลในโรงเรียนตลอดปีการศึกษา อาทิ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การเสริมสร้างคุณค่าในตนเอง การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการจัดการตนเอง การป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก (Bullying) และการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชนพลังบวกในระดับสถานศึกษาและชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและต่อเนื่อง

ขณะที่น.ส.ประนันทกิจ เกณสาคู นักวิชาการพัฒนางานการศึกษา เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะชีวิตที่จำเป็นในการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 อาทิ การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันทางใจ เพื่อให้เยาวชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและขยายผลเชิงบวกสู่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทางด้านนายสวรรค์ วิบูลย์กุล ครูพี่เลี้ยง โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวต่อยอดจากการดำเนินงานของสภานักเรียนผ่านโครงการ “NPK สร้างเสริมคุณค่า สร้างสุขภาวะปลอดภัย” ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียน โดยความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าช่วยให้นักเรียนได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งวางแนวทางในอนาคตในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ใช้สื่อสังคมอย่างเหมาะสม และร่วมกันสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) สำหรับนักเรียนทุกคน
สำหรับ น.ส.ตรีทิพย์นภา แก้วดินเหนียว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ตัวแทนเยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจโทษและผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพ ครอบครัว และสังคมมากขึ้น อีกทั้งได้พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความรับผิดชอบ และความกล้าแสดงออก พร้อมเสนอให้ในอนาคตเพิ่มกิจกรรมที่เข้าถึงเยาวชนมากขึ้น ผ่านสื่อออนไลน์และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการคิดและลงมือทำ เพื่อให้การรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงเกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

