สธ. จัดโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน ” ให้เด็กเข้าถึง Car Seat
สธ. จัดโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน ” ให้เด็กเข้าถึง Car Seat ลดบาดเจ็บ-เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สสส. หนุน “ธนาคารที่นั่งนิรภัย” ปกป้องเด็กทั่วไทย ผนึกกำลัง ภาคีเครือข่าย ต่อยอดงานความปลอดภัยทางถนนในเด็ก ขยายผลจาก 6 โรงพยาบาลนำร่อง สู่หน่วยบริการกว่า 100 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด ตั้งเป้ารับบริจาคคาร์ซีท 3,000 ตัวภายใน 1 ปี เพิ่มโอกาสให้ครอบครัวเข้าถึงและใช้งานอย่างถูกต้อง มุ่งลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กบนท้องถนน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย แพทย์หญิงอาย หลัน หลี (Dr. Ailan Li, WHO Representative to Thailand) เยี่ยมชมนิทรรศการ “โครงการ 100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” โดยมี นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้จากภาคีเครือข่าย

นายพัฒนา กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2565 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี หรือมีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) ขณะโดยสารรถยนต์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานจริง ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายที่สูงประมาณ 4,000 –10,000 บาท กรมควบคุมโรค จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ประกอบด้วย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด, บริษัท ลาลามูฟ อีซี่แวน (ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” เพื่อประชาสัมพันธ์และผลักดันให้เด็กเข้าถึงที่นั่งนิรภัยมากขึ้น โดยการใช้ที่นั่งนิรภัยอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเด็กเล็กได้ถึง ร้อยละ 70 และช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี ในการรับบริจาคที่นั่งนิรภัยทั้งของใหม่และของใช้แล้วที่ยังมีสภาพดี เพื่อนำมาคัดกรอง ตรวจสอบสภาพ และส่งต่อให้ครอบครัวที่มีความจำเป็นผ่านโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยกรมควบคุมโรคได้พัฒนา Car Seat Dashboard สำหรับติดตามข้อมูลการรับและการให้บริการในระดับโรงพยาบาล จังหวัด และประเทศ ช่วยให้จัดสรรที่นั่งนิรภัยได้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ซึ่งข้อมูลล่าสุด วันที่ 2 กันยายน 2569 มีที่นั่งนิรภัยเข้าสู่ระบบ 719 ตัว ให้บริการแก่ประชาชนแล้ว 447 ตัว คงเหลือพร้อมให้บริการอีก 272 ตัว ทั้งนี้ แพทย์หญิงอายหลัน หลี (Dr. Ailan Li) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ยังได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มอัตราการใช้อุปกรณ์นิรภัยในรถยนต์ และส่งเสริมพฤติกรรมการคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงอย่างน้อย ร้อยละ 50 ภายในปี 2573

“ขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งต่อความปลอดภัยให้เด็ก ๆ ด้วยการบริจาค Car Seat ที่ยังอยู่ในสภาพดี ผ่านโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ กรมควบคุมโรค ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ ที่ทำการไปรษณีย์ไทย ศูนย์บริการ Flash Shop แพลตฟอร์ม Lalamove และสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงที่นั่งนิรภัยและเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” นายพัฒนา กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า ความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ สสส. ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก การสวมหมวกนิรภัย การพัฒนารถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย ตลอดจนการเสริมทักษะการขับขี่และการมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้องในกลุ่มเยาวชน ข้อมูลจากระบบบูรณาการข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ปี 2568 พบว่า ไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 16,078 ราย หรือ 24.73 ต่อประชากรแสนคน ขณะที่กลุ่มผู้ขับขี่และโดยสารรถยนต์บาดเจ็บและเสียชีวิต 47,094 ราย ในจำนวนนี้ 57% ไม่ได้ใช้เข็มขัดนิรภัยหรือมีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และจากข้อมูลช่วง 5 ปี (พ.ศ. 2560–2564) กรมควบคุมโรคระบุว่ามีเด็กอายุ 0–6 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวมกว่า 1,155 ราย โดยเป็นการเสียชีวิตขณะโดยสารรถยนต์ถึง 221 ราย หรือเฉลี่ยประมาณ 45 รายต่อปี ทั้งที่การใช้ที่นั่งนิรภัยอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเด็กเล็กได้ถึง 70% สสส. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อม ระบบบริการ และมาตรการทางสังคมที่ช่วยให้ทุกครอบครัวเข้าถึงความปลอดภัยได้จริง ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้ปกครองรับผิดชอบเพียงลำพัง

“ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับกรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่าย พัฒนาธนาคารที่นั่งนิรภัยในโรงพยาบาลนำร่อง 6 แห่ง เพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงาน สร้างความรู้แก่พ่อแม่และผู้ปกครอง และเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงอุปกรณ์นิรภัย ก่อนขยายความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขมากกว่า 100 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด จัดตั้งธนาคารที่นั่งนิรภัยแล้ว 120 แห่ง และมีที่นั่งนิรภัยหมุนเวียนในระบบมากกว่า มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งทำให้ปัจจุบันไทยมีกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการจัดหาที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์แล้ว ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ปีต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือมีวิธีป้องกันอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และผู้โดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตรต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยหรือมีวิธีป้องกันอันตราย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างความรู้และลดข้อจำกัดด้านราคา ซึ่งปัจจุบันที่นั่งนิรภัยมีราคาเฉลี่ย 4,000–10,000 บาทต่อชิ้น” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดครั้งสำคัญผ่านโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” โดย สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดหาสนับสนันที่นั่งนิรภัยตั้งต้น 180 ตัว พร้อมร่วมพัฒนาระบบความรู้ การสื่อสาร และกลไกความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายขนส่ง เพื่อรับบริจาค ตรวจสอบ และกระจายที่นั่งนิรภัยทั้งของใหม่และของใช้แล้วสภาพดีไปยังครอบครัวที่จำเป็นทั่วประเทศ เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนที่นั่งนิรภัยในระบบ แต่ต้องทำให้ผู้ปกครองใช้อย่างถูกต้อง และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่การเดินทางครั้งแรกของเด็ก โดยตั้งเป้ารับบริจาคที่นั่งนิรภัย 3,000 ตัวภายใน 1 ปี พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชน นักเรียน และนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “จิตอาสาคาร์ซีท” เพื่อขยายผลสู่สังคมที่เด็กทุกคนเดินทางได้อย่างปลอดภัย

