ผู้แทน รมว.สธ. ยอมรับปัญหาสุขภาพจิตกระทบสังคม ย้ำยุทธศาสตร์ MOPH PLUS+ ดูแลสุขภาวะคนไทยภาพรวม
ผู้แทนรมว.สาธารณสุข ประธานในพิธีการประชุมนานาชาติ ICGW 2026 ยอมรับ ปัญหาสุขภาพจิตมีผลต่อสังคมไทย ย้ำ ยุทธศาสตร์ MOPH PLUS+ สธ.ดูแลสุขภาวะโดยรวมประชาชน ขณะ “ดร.แดน” ชี้ วิกฤตเงียบ ‘ความคลุมเครือทางคุณธรรม’ ด้านสุขสภาพ ชง 6 ยุทธศาสตร์ป้องกันหายนะเชิงระบบ

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สถาบันการสร้างชาตินานาชาติ (Nation-Building International Institute (NBII)) และองค์กรพันธมิตรระดับโลก ร่วมจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยสุวรรณภูมิแห่งสุขสภาพ 2569 (The International Conference on GoldenZone Wellness (ICGW) 2026) ในหัวข้อ “หัวข้อ “สุขสภาพในโลกแห่งความคลุมเครือทางคุณธรรม” (Wellness in the World of Blurred Morality) โดยมีผู้นำ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ผู้นำทางธุรกิจ ผู้นำชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับสุขสภาพ ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน และอีกกว่า 3,000 คน ผ่านระบบออนไลน์นับเป็นการ รวมพลังทางปัญญาระดับนานาชาติครั้งสำคัญในงาน ในครั้งนี้อย่างกว้างขวาง

ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุมนานาชาติ ว่า ในโลกปัจจุบัน สุขสภาพไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปัจจัยทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยี เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และค่านิยมที่กำกับการตัดสินใจของมนุษย์ ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ พันธุศาสตร์ สุขภาพดิจิทัล และการแพทย์แม่นยำ ขณะที่สังคมโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากปัญหาสุขภาพจิต ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และการทำให้สุขภาพกลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์มากขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า “สุขสภาพ” ในศตวรรษที่ 21 ต้องครอบคลุมมากกว่าสุขภาพทางกาย แต่รวมถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ MOPH PLUS+ มุ่งส่งเสริมสุขภาวะตลอดช่วงชีวิต พัฒนานวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์บนพื้นฐานของจริยธรรม เสริมสร้างเศรษฐกิจสุขสภาพ ยกระดับธรรมาภิบาลและความมั่นคงทางสุขภาพ พัฒนาคุณภาพบริการและโรงพยาบาลสีเขียว ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข และขยายความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างประเทศ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขไทยมีความทั่วถึง ทันสมัย น่าเชื่อถือ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และประธานสถาบันการสร้างชาติ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Wellness in a World of Blurred Morality” ในงานประชุมครั้งนี้ว่า ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมสุขสภาพ (Wellness) สังคมกำลังเผชิญกับวิกฤตเงียบจากความคลุมเครือทางคุณธรรม ทั้งจากการหลั่งไหลของข้อมูลสุขสภาพที่ไร้ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ความเสี่ยงต่อความเสียหายทางศีลธรรมเนื่องจากการขาดแคลนทรัพยากรในระบบสุขภาพ การขัดกันของสิทธิเสรีภาพของบุคคลกับประโยชน์ด้านสุขสภาพของสังคม รวมทั้งการเผชิญประเด็นท้าทายต่อศีลธรรม เช่น การทำแท้งเสรี และการุณยฆาต
ประธานสถาบันการสร้างชาติ เสนอแนวทางการยับยั้งไม่ให้มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของสังคมถดถอยลง โดยการพัฒนาระบบนิเวศน์สุขสภาพบนฐานความจริง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม (ความดี) โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (ความงาม) ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ประการแรก การจัดตั้งแพลตฟอร์มอารยสนทนาด้านสุขสภาพ เพื่อสร้างพื้นที่เป็นกลางอย่างเป็นทางการ ที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ร่วมถกเถียงและตกผลึกทางความคิด และสร้างกรอบคุณธรรมจริยธรรมที่เห็นร่วมกัน เพื่อดักหน้าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และประเด็นท้าทายทางศีลธรรมร่วมสมัย รวมทั้งเป็นกรอบในการจัดสรรทรัพยากรด้านสุขสภาพอย่างยุติธรรม
ประการที่สอง สังคายนาองค์ความรู้และสกัดข่าวลวงด้านสุขสภาพ โดยบังคับใช้มาตรการ “ความโปร่งใสขั้นสูงสุด” ให้ผู้ผลิตสินค้าและให้บริการสุขสภาพ ต้องระบุความเสี่ยงและสถานะ “ยังไม่มีข้อพิสูจน์” ให้ชัดเจน รวมทั้งระบุว่าไม่สามารถใช้ทดแทนยารักษาโรคได้ เพื่อตัดวงจรวิทยาศาสตร์เทียม
ประการที่สาม คลอดมาตรฐานจริยธรรมของนวัตกรรมสุขสภาพ โดยอาจแยกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์สุขสภาพบางประเภทออกจากยาและอาหารทั่วไป พร้อมตั้ง “คณะกรรมการจริยธรรมสุขสภาพ” ประเมินความปลอดภัยก่อนออกสู่ตลาด เพื่อมอบตรารับรองด้านจริยธรรม (Ethics Certification)
ส่วนประการที่สี่ สร้างความฉลาดรู้ทางคุณธรรม เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลสุขสภาพไม่เท่าเทียมกัน พร้อมดึงประชาชนรวมกลุ่มเฝ้าระวัง และอบรมผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจควบคู่จรรยาบรรณ
ประการที่ห้า จัดตั้งกลไกประเมินความเสี่ยงทางคุณธรรม เพื่อประเมินความเสี่ยงที่มองไม่เห็นและความเสี่ยงในระยะยาว อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขสภาพ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขสภาพ
และประการสุดท้าย บัญญัติหลักสิทธิเสมอหน้าที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพด้านสุขสภาพของประชาชน และการทำหน้าที่ด้านสุขสภาพของปัจเจกบุคคล เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นและส่วนรวม รวมทั้งการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้บริการสุขสภาพด้วย
“การจัดการกับความคลุมเครือทางคุณธรรมด้านสุขสภาพไม่ใช่เพียงการออกข้อบังคับ แต่เป็นการวางรากฐานทางปัญญาให้สังคม การขับเคลื่อนทั้ง 6 ยุทธศาสตร์นี้อย่างเป็นระบบ จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขสภาพให้เติบโตอย่างปลอดภัย โปร่งใส และนำพาประชาชนไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

โดยดร.สุธนี บิณฑสันต์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน ICNWP2026 และประธานที่ปรึกษาสถาบันการสร้างชาตินานาชาติ กล่าวด้วยว่า การประชุม ICGW 2026 วันนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Wellness in a World of Blurred Morality” หรือ “สุขสภาพในโลกแห่งความคลุมเครือทางคุณธรรม” เพื่อสำรวจความท้าทายด้านสุขสภาพของมนุษย์ในยุคที่เส้นแบ่งทางจริยธรรมและคุณค่าทางสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น การสร้างสุขภาวะในศตวรรษที่ 21 ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากเทคโนโลยี นวัตกรรมชีวภาพ วิถีชีวิตสมัยใหม่ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และธรรมาภิบาลด้านสุขภาพ ซึ่งในครั้งนี้มีการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างชาติท่ามกลางความคลุมเครือทางคุณธรรม การฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชนต่อสถาบันต่าง ๆ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคม โดยการแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาสุขภาวะของมนุษยชาติ โดยทุกแนวคิด ความร่วมมือ และองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ มีศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในระดับประเทศและระดับโลก

