ในประเทศ

ชู 18 ต้นแบบสถานศึกษาปฐมวัยโซนภาคกลาง หนุนพลังครู–ชุมชน เสริมพลังบวกเด็ก Gen Alpha 

สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โชว์ แชร์ เชื่อม และเชิดชูเกียรติ” ภายใต้แนวคิด “เปิดโลกปฐมวัย ห่างไกลสิ่งเสพติด” เพื่อเปิดพื้นที่กลางในการถอดบทเรียนการทำงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยจากสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ภาคกลาง โดยได้รับเกียรติจากนายพิทยา จินาวัฒน์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรสถานศึกษาต้นแบบ และสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จังหวัดปทุมธานี

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่บุหรี่ไฟฟ้า ภัยออนไลน์ ยาเสพติดในยุคนี้น่ากังวล โดยเฉพาะนโยบายแอลกอฮอล์ได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการตลาด การโฆษณา รวมทั้ง มีการผลิตได้เสรี มีการนำเข้าได้เสรีทำให้เกิดการแข่งขันการตลาดมีหลายยี่ห้อต่างแข่งขันกันเพื่อกำไร ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายก็อ่อนแอลงมาก ผลกระทบตกไปถึงเด็กเยาวชนที่กว่าครึ่งหนึ่งครอบครัวไม่พร้อมที่จะเป็น safe zone ให้กับเด็กๆ ทำให้เด็กขาดความมั่นคงในช่วงวัย Golden period ดังคำที่ว่า “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” หากไม่เสริมสร้างพลังความเข้มแข็งในช่วงวัยนี้โดยโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก คือ safe zone ของเด็กๆ สิ่งที่น่าห่วงเป็นเรื่องใกล้ตัวคือ ผู้ปกครองเป็นคนยื่นเหล้าแก้วแรกอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเฉพาะงานเลี้ยงวันเกิดที่กลายเป็นงานที่เด็กคุ้นเคยกับการดื่ม ทั้งนี้ ในโซนภาคกลางมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกป้องกันปัจจัยเสี่ยงกว่า 713 แห่ง โดยเป็นต้นแบบ 18 แห่ง ที่พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผล

นายศุภศิษฎ์ นุ่มฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 กล่าวว่า การเริ่มต้นสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วัยอนุบาลนั้นมาถูกต้องแล้ว ทางเขตพื้นที่ฯ จะต้องเน้นย้ำให้โรงเรียนให้ความสำคัญ และผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องสนับสนุนครูผู้สอนเพราะกิจกรรมปลูกพลังบวก สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของนักเรียน และสามารถเปลี่ยนผู้ปกครองได้ด้วย เพราะเด็กสามารถบอกเล่าพิษร้ายของน้ำเมา บุหรี่ ไปให้ผู้ปกครอง และด้วยความรักลูกหลานสามารถเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองลดละเลิกได้ แล้วส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กเล็กๆ ที่ได้เติมเต็มความรักที่เพียงพอในวัยนี้ได้ 

ด้านน.ส.พลอยนภัส ปุรณะวณิชย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเปรมประชากร จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า โรงเรียนได้ขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวก อย่างต่อเนื่องโดย เชื่อมโยงการเรียนรู้ของเด็ก ครู ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างทักษะชีวิตและสุขภาวะที่ดีป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ปฐมวัยและในช่วงชั้นประถมศึกษา ทั้งนี้ โรงเรียนได้พัฒนาสื่อการเรียนรู้ นิทาน ร้องเล่นเต้นอ่าน รวมถึงกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น การให้เด็กออกแบบสัญลักษณ์ “ยันต์กันยา” พื้นที่ปลอดเหล้า-บุหรี่และสิ่งเสพติด เพื่อใช้ในโรงเรียนและนำไปสื่อสารต่อในครอบครัว ควบคู่กับความร่วมมือของผู้บริหาร ครู เทศบาล ศูนย์เด็กเล็ก วัด และผู้ปกครองในตำบลบางพูนซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ปกครอง

ขณะที่นางปิยรัตน์ โลดโดด ครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลราชบุรี กล่าวว่า โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนกว่า 3,000 คน ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังทักษะชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยปฐมวัย โดยเฉพาะเรื่องเหล้าและบุหรี่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ทั้งนี้ โรงเรียนได้พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ผ่าน “นิทานปลูกพลังบวก” โดยครูทำงานร่วมกัน ออกแบบสื่อและกิจกรรมที่หลากหลาย เด็กได้เรียนรู้ผ่านการฟังนิทานและกิจกรรมสร้างสรรค์ต่อยอด ส่งผลให้เด็กสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อถึงผู้ปกครอง เกิดการตระหนักรู้และการปรับพฤติกรรมในครอบครัว นับเป็นการขยายผลการสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงจากห้องเรียนสู่บ้านและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายจิตรกร มาแก้ว ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวกฯ เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับโรงเรียนและห้องเรียน โดยมุ่งสร้างความเข้าใจและทัศนคติเชิงบวกแก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครู ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายครูต้นแบบและครูแกนนำ เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัดทั้ง 114 แห่งในเขตพื้นที่ ซึ่งจากการติดตามนิเทศก์ในโรงเรียนต่างๆแล้วพบว่ามีการตอบรับที่ดีมาก เพราะ โครงการมีสื่อที่น่าสนใจ และการอบรมเพิ่มทักษะครูในการใช้สื่อ การออกแบบสื่อของตนเองได้ทำให้เกิดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามบริบทได้ 

สำหรับสถานศึกษาที่ได้รับโล่มีดังนี้ สถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ 4 แห่ง ได้แก่  1)โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง 2) โรงเรียนนานาชาติตากสินแกลง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง 3) โรงเรียนวัดเขาวัง (แสงช่วงสุวนิช) (สพป.ราชบุรี เขต 1) 4.โรงเรียนสุลักขณะ (สพป.ปทุมธานี เขต 1)

สถานศึกษาต้นแบบ 14 แห่ง ได้แก่ 1. โรงเรียนบ้านโป่งยอ (สพป.ลพบุรี เขต 1) 2. โรงเรียนวัดไผ่แตร (สพป.ลพบุรี เขต 1) 3. โรงเรียนวัดสิริจันทรนิมิตร(ประกิจประชานุกูล)(สพป.ลพบุรี เขต 1) 4.โรงเรียนเมืองใหม่(ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์)(สพป.ลพบุรี เขต 1) 5. โรงเรียนอนุบาลท่าวุ้ง(สพป.ลพบุรี เขต 1) 6.โรงเรียนวัดโพธิ์ศรี(สังวรราษฎร์นุสรณ์)(สพป.ลพบุรี เขต 1) 7. โรงเรียนวัดมุจลินท์(รัฐประชานุเคราะห์) (สพป.ลพบุรี เขต 1) 8. โรงเรียนบ้านสมานมิตร(สพป.ระยอง เขต1) 9. โรงเรียนวัดหนองพะวา (สพป.ระยอง เขต1) 10. โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า(สพป.ระยอง เขต1) 11. โรงเรียนชุมชนวัดหนองคอกหมู (สพป.ระยอง เขต1) 12. โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง(สพป.ระยอง 1)  13. โรงเรียนอนุบาลบ้านคา (สพป.ราชบุรี เขต 1) 14. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบางพูน(ศูนย์สุขขี) เทศบาลตำบลบางพูน